เครื่องคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง

สูตร Daniel
วิจัยแม่นยำ • ตัวอย่างเหมาะสม

คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างสำหรับประชากรที่ทราบจำนวนแน่นอน
ด้วยสูตรของ Daniel (1999) มาตรฐานสากล

3
ระดับความเชื่อมั่น
Z²pq
ตัวแปรหลัก
รองรับทุกขนาดประชากร
กรอกข้อมูลเพื่อคำนวณ
จำเป็นต้องระบุสำหรับสูตรของ Daniel (Finite Population)
นิยมใช้ 95% ในงานวิจัยทั่วไป
ค่าระหว่าง 0.01–0.99 (0.05 = 5%)
หากไม่ทราบค่า ใช้ 0.5 เพื่อรับขนาดตัวอย่างสูงสุด
สูตรและอ้างอิงของ Daniel (1999)
สูตรของ Daniel (1999)
n = (N × Z² × p × q) / (Z² × p × q + (N-1) × e²)

โดยที่:

  • n = ขนาดกลุ่มตัวอย่าง
  • N = ขนาดประชากร
  • Z = ค่า Z-score จากระดับความเชื่อมั่น
  • p = สัดส่วนของประชากร
  • q = 1 − p
  • e = ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้
อ้างอิง

สูตรนี้พัฒนาโดย Wayne W. Daniel เผยแพร่ในหนังสือ

Biostatistics : A Foundation for Analysis in the Health Sciences

  • ผู้แต่ง : Wayne W. Daniel
  • ปีที่พิมพ์ : 1999  |  พิมพ์ครั้งที่ 7
  • สำนักพิมพ์ : John Wiley & Sons
  • ISBN : 978-0471163862

สูตรนี้เป็นที่นิยมในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ เนื่องจากให้ขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับประชากรที่ทราบจำนวนแน่นอน

ในเชิงสถิติ สูตรนี้พิจารณาปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ค่าความเชื่อมั่น ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ และสัดส่วนประชากร ซึ่งช่วยให้ได้ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรอย่างเหมาะสม

เหมาะสำหรับงานวิจัยที่ต้องการศึกษาประชากรที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น การสำรวจความคิดเห็น การวิจัยทางระบาดวิทยา และการประเมินผลโครงการทางสาธารณสุข

  • เหมาะสำหรับประชากรที่ทราบจำนวนแน่นอน (Finite Population)
  • ให้ขนาดตัวอย่างที่สมดุลกับขนาดประชากร
  • คำนึงถึงความคลาดเคลื่อนและระดับความเชื่อมั่น
  • เป็นที่ยอมรับในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์สากล
ข้อบ่งชี้และการประยุกต์ใช้งาน
ข้อบ่งชี้หลักในการใช้สูตร Daniel
  • ประชากรมีขนาดจำกัด : เหมาะสำหรับการวิจัยที่ทราบขนาดประชากรที่แน่นอน
  • ตัวแปรเป็นสัดส่วน : ใช้กับการศึกษาที่ต้องการประมาณค่าสัดส่วนในประชากร

การประยุกต์ใช้ในงานวิจัย

สังคมศาสตร์

การสำรวจความคิดเห็น พฤติกรรม และทัศนคติของกลุ่มประชากร

การศึกษา

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ พฤติกรรมการเรียนของนักเรียน

สาธารณสุข

การสำรวจสถานะสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพในชุมชน

ข้อควรพิจารณาในการใช้สูตร
  • ระดับความเชื่อมั่นสูงขึ้น → ต้องการกลุ่มตัวอย่างมากขึ้น
  • ค่าความคลาดเคลื่อนต่ำลง → ต้องการกลุ่มตัวอย่างมากขึ้น
  • หากไม่ทราบสัดส่วน p → ใช้ 0.5 เพื่อให้ได้ขนาดตัวอย่างสูงสุด
ข้อจำกัดของสูตร
  • ไม่เหมาะกับประชากรที่ไม่ทราบขนาดแน่นอน
  • ไม่ครอบคลุมการสุ่มตัวอย่างแบบซับซ้อน (Complex Sampling)
  • เหมาะสำหรับตัวแปรเชิงสัดส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแปรต่อเนื่อง
คำแนะนำการใช้งาน
  • ควรพิจารณาทรัพยากรและงบประมาณประกอบการกำหนดค่าความคลาดเคลื่อน
  • การกำหนด p = 0.5 เหมาะสมที่สุดในทางสถิติเมื่อไม่ทราบสัดส่วนที่แท้จริง
  • ควรเผื่อขนาดตัวอย่างสำหรับการสูญหายหรือการไม่ตอบกลับประมาณ 10–20%