เครื่องมือวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจำเป็น PNImodified – Academic Version
พัฒนาโดย Dr. Wuthikrai Pommarang | เวอร์ชัน 1.0
ระบบนี้เป็นเว็บแอปพลิเคชันสำหรับนักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และผู้ที่ต้องการวิเคราะห์ ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified) โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเอง ครอบคลุมการคำนวณ การตรวจสอบคุณภาพข้อมูล และการรายงานผลตามมาตรฐานทางวิชาการ
PNImodified (Priority Needs Index Modified) พัฒนาโดย สุวิมล ว่องวาณิช (2558) ต่อยอดจากแนวคิดการประเมินความต้องการจำเป็นของ Borich (1980) และ Stufflebeam (1977) เพื่อแก้ปัญหาในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น โดยการนำช่องว่างระหว่างสภาพที่ควรจะเป็น (Importance) กับสภาพที่เป็นจริง (Discrepancy/Desire) มาประมวลผลเชิงสัมพัทธ์
D̄ > Ī ผลลัพธ์จะเป็น ค่าลบ หมายความว่าสภาพที่เป็นจริงอยู่ใน ระดับที่เกินกว่า ความต้องการ ซึ่งควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและความเข้าใจของผู้ตอบแบบสอบถามอีกครั้ง
หลังจากสร้างตาราง ระบบจะแสดงแท็บ "กรอกข้อมูลด้วยตนเอง" ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้
| คอลัมน์ | คำอธิบาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ชื่อรายการ | ชื่อของตัวแปร/สมรรถนะ/ประเด็น | ด้านการสื่อสาร |
| I (ควรจะเป็น) | คะแนนสถานภาพที่ควรจะเป็นของผู้ตอบแต่ละคน (1–5) | 4, 5, 3, ... |
| D (เป็นจริง) | คะแนนสถานภาพที่เป็นจริงของผู้ตอบแต่ละคน (1–5) | 3, 2, 3, ... |
1.00 – 5.001.00 – 5.00ระบบรองรับการนำเข้าข้อมูลจากไฟล์ .xlsx ผ่านแท็บ "นำเข้าจาก Excel"
"ข้อมูล PNI" เนื่องจากระบบใช้ชื่อเหล่านี้ในการระบุข้อมูล
เมื่อกดวิเคราะห์ ระบบจะแสดงผลในหน้า ขั้นตอนที่ 3 ประกอบด้วย
ผลลัพธ์ถูก จัดเรียงจากมากไปน้อยตาม PNI เพื่อระบุรายการที่ต้องพัฒนาเร่งด่วนก่อน
ระบบรองรับการส่งออก 2 รูปแบบ
PNI_results_YYYYMMDD_HHmmss เพื่อระบุเวลาที่ส่งออก
ระบบใช้เกณฑ์ของ สุวิมล ว่องวาณิช (2558)
| ระดับ | ช่วงค่า PNI | ความหมาย | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| สูง | PNI > 0.30 | มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาอย่างเร่งด่วน | ควรได้รับการพัฒนาในลำดับแรก |
| ปานกลาง | 0.20 < PNI ≤ 0.30 | มีความต้องการจำเป็นในระดับปานกลาง | ควรได้รับการพัฒนาในลำดับถัดไป |
| ต่ำ | 0.10 < PNI ≤ 0.20 | มีความต้องการจำเป็นในระดับต่ำ | สามารถพัฒนาได้ตามความเหมาะสม |
| ต่ำมาก | PNI ≤ 0.10 | สถานการณ์ปัจจุบันเป็นที่พอใจ | สามารถคงไว้ในระดับปัจจุบัน |
ระบบคำนวณ CI ด้วย t-Distribution (Cornish-Fisher Expansion) สำหรับความแม่นยำสูงในทุกขนาดตัวอย่าง
โดยที่ df = n - 1 และ α = 0.05 (ความเชื่อมั่น 95%)
ระบบใช้ Jarque-Bera Test (JB) ตรวจสอบว่าข้อมูลมีการกระจายตัวแบบปกติ (Normal Distribution) หรือไม่
| p-value | การแปลผล | ผลต่อการวิเคราะห์ |
|---|---|---|
| p ≥ 0.05 | ข้อมูลกระจายตัวแบบปกติ | ใช้สถิติ Parametric ได้ |
| p < 0.05 | ข้อมูลไม่กระจายตัวแบบปกติ | ควรพิจารณาใช้สถิติ Non-parametric |
ระบบใช้วิธี IQR (Interquartile Range) ตรวจจับ Outlier
ค่าใดที่อยู่นอกช่วง [Lower Bound, Upper Bound] จะถูกระบุเป็น Outlier และรายการนั้นจะมีการแจ้งเตือน
ระบบใช้มาตราส่วน 5 ระดับ (1–5) ตามแนวทางของ Best (1977) สำหรับการแปลผลค่าเฉลี่ย
| คะแนน | ความหมาย |
|---|---|
| 5 | มีความสำคัญ/ความต้องการมากที่สุด |
| 4 | มีความสำคัญ/ความต้องการมาก |
| 3 | มีความสำคัญ/ความต้องการปานกลาง |
| 2 | มีความสำคัญ/ความต้องการน้อย |
| 1 | มีความสำคัญ/ความต้องการน้อยที่สุด |
| คะแนน | ความหมาย |
|---|---|
| 5 | มีการดำเนินการ/ปฏิบัติมากที่สุด |
| 4 | มีการดำเนินการ/ปฏิบัติมาก |
| 3 | มีการดำเนินการ/ปฏิบัติปานกลาง |
| 2 | มีการดำเนินการ/ปฏิบัติน้อย |
| 1 | มีการดำเนินการ/ปฏิบัติน้อยที่สุด |
| ช่วงค่าเฉลี่ย | ระดับ |
|---|---|
| 4.51 – 5.00 | มากที่สุด |
| 3.51 – 4.50 | มาก |
| 2.51 – 3.50 | ปานกลาง |
| 1.51 – 2.50 | น้อย |
| 1.00 – 1.50 | น้อยที่สุด |
= (จำนวนคู่ I-D ที่สมบูรณ์ / จำนวนผู้ตอบทั้งหมด) × 100
วัดจากความแตกต่างของ SD ระหว่าง I และ D เปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์
ใช้ตรวจสอบว่าการกระจายตัวของทั้งสองชุดใกล้เคียงกัน