ปิดหน้าต่าง

คู่มือการใช้งานระบบ

User Manual — Academic 1.0

โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบทดสอบแบบอัตนัย

1. ภาพรวมระบบ

โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบทดสอบแบบอัตนัย Academic 1.0 เป็นระบบวิเคราะห์คุณภาพ แบบทดสอบเชิงอัตนัย (Subjective / Essay Test) ที่พัฒนาตามหลักวิชาการวัดผลและประเมินผลการศึกษา โดยโปรแกรมจะคำนวณและแสดงผลคุณภาพของข้อสอบแต่ละข้ออย่างละเอียด ครบถ้วน พร้อมรายงานทางวิชาการที่พร้อมนำไปใช้อ้างอิงได้ทันที

ฟีเจอร์หลัก
  • วิเคราะห์ ความยาก (p) รายข้อ
  • วิเคราะห์ อำนาจจำแนก (r) รายข้อ
  • คำนวณ Cronbach's Alpha ความเชื่อมั่น
  • รองรับ คะแนนเต็มต่างกันแต่ละข้อ
  • รองรับการวางข้อมูลจาก Excel
  • สร้างรายงานทางวิชาการอัตโนมัติ
  • แสดงผลกราฟอำนาจจำแนกและความยาก
  • ส่งออก Excel รายงานผลการวิเคราะห์
กลุ่มเป้าหมาย
  • ครูและอาจารย์ทุกระดับการศึกษา
  • นักวัดผลและผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมิน
  • นักศึกษาด้านวัดผลการศึกษาและสถิติ
  • นักวิจัยด้านการศึกษา
  • ผู้สร้างและพัฒนาแบบทดสอบ
ข้อแตกต่างสำคัญ : โปรแกรมนี้ออกแบบเฉพาะสำหรับ แบบทดสอบแบบอัตนัย ซึ่งผู้สอบได้รับคะแนนแบบต่อเนื่อง (polytomous scores) จึงใช้สูตรที่แตกต่างจากแบบทดสอบปรนัย (0/1 scores) โดยปรับให้รองรับคะแนนเต็มที่แตกต่างกันในแต่ละข้อ

2. ความต้องการของระบบ

เว็บเบราว์เซอร์
  • Google Chrome (แนะนำ)
  • Mozilla Firefox
  • Microsoft Edge
  • Safari (macOS / iOS)
การเชื่อมต่อ
  • ต้องการอินเทอร์เน็ตสำหรับโหลดแบบอักษร
  • ต้องการ JavaScript เปิดใช้งาน
  • ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม
  • ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้ทันที
หมายเหตุ : ข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ผ่าน PHP Session และจะถูกลบออกเมื่อปิดเบราว์เซอร์หรือ Session หมดอายุ ควรบันทึก/ส่งออกผลการวิเคราะห์ก่อนปิดหน้าต่าง

3. วิธีเริ่มต้นใช้งาน

โปรแกรมทำงานแบบ ขั้นตอนเดินหน้า (Step-by-step Wizard) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ผู้ใช้ต้องดำเนินการตามลำดับจากขั้นตอนที่ 1 ไปจนถึงขั้นตอนที่ 5 จึงจะได้รับผลการวิเคราะห์ครบถ้วน

1
เปิดโปรแกรม
เข้าสู่หน้าหลักของโปรแกรมผ่านเว็บเบราว์เซอร์ที่ URL ของระบบ โปรแกรมจะแสดงหน้า กำหนดรายละเอียดแบบทดสอบ โดยอัตโนมัติ
ใช้เบราว์เซอร์รุ่นใหม่
2
กำหนดรายละเอียดแบบทดสอบ
ระบุจำนวนข้อสอบและจำนวนผู้สอบ แล้วกดปุ่ม "ถัดไป"
ขั้นตอนที่ 2
3
ป้อนข้อมูลคะแนน
กรอกคะแนนผู้สอบแต่ละคนและคะแนนเต็มของแต่ละข้อ รองรับ 3 วิธีการป้อนข้อมูล
ขั้นตอนที่ 3
4
ดูผลการวิเคราะห์รายข้อ
ระบบแสดงค่าความยาก (p) และอำนาจจำแนก (r) ของแต่ละข้อ พร้อมสรุปการผ่านเกณฑ์
ขั้นตอนที่ 4
5
เลือกข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์
ติ๊กเลือกข้อสอบที่ต้องการนำไปคำนวณค่าความเชื่อมั่น Cronbach's Alpha
ขั้นตอนที่ 5
6
รับรายงานและ Cronbach's Alpha
ดูค่าความเชื่อมั่น Alpha กราฟสรุป และดาวน์โหลดรายงานทางวิชาการ พร้อมส่งออก Excel
ขั้นตอนที่ 6

4. ขั้นตอนที่ 2 — กำหนดรายละเอียดแบบทดสอบ

นี่คือจุดเริ่มต้นของโปรแกรม ผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลพื้นฐาน 2 รายการ ก่อนดำเนินการต่อ

ช่องกรอกข้อมูล ความหมาย ค่าที่ยอมรับ ตัวอย่าง
จำนวนข้อสอบ จำนวนข้อในแบบทดสอบแบบอัตนัย ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป 5, 10, 20
จำนวนผู้สอบ จำนวนนักเรียน/ผู้เข้าสอบทั้งหมด ตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป 30, 50, 100
ข้อควรระวัง : ต้องการผู้สอบ อย่างน้อย 37 คน เพื่อให้กลุ่ม 27% (n₂₇) มีขนาด ≥ 10 คน ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ผลการวิเคราะห์มีความเสถียรทางสถิติ หากมีผู้สอบน้อยกว่า 37 คน ระบบจะแสดงคำเตือนแต่ยังสามารถวิเคราะห์ต่อได้
คะแนนเต็มแต่ละข้อ ไม่ต้องกรอกในขั้นตอนนี้ สามารถกำหนดได้ในขั้นตอนที่ 3 (กรอกคะแนน) โดยแต่ละข้อสามารถมีคะแนนเต็มต่างกันได้อิสระ เช่น ข้อที่ 1 = 10 คะแนน ข้อที่ 2 = 20 คะแนน

5. ขั้นตอนที่ 3 — ป้อนข้อมูลคะแนน

ขั้นตอนนี้รองรับการป้อนข้อมูลคะแนน 3 วิธี ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีที่สะดวกที่สุด

วิธีที่ 1 : กรอกตาราง

พิมพ์คะแนนโดยตรงลงในตารางทีละช่อง แถวคือผู้สอบ คอลัมน์คือข้อสอบ เหมาะสำหรับข้อมูลน้อยหรือแก้ไขเฉพาะจุด

เหมาะสำหรับข้อมูลน้อย
วิธีที่ 2 : วางจาก Excel

คัดลอกข้อมูลจาก Excel/Google Sheets แล้ววางในช่องข้อความ ระบบจะแปลงข้อมูลอัตโนมัติ เหมาะสำหรับข้อมูลมาก

เหมาะสำหรับข้อมูลมาก
วิธีที่ 3 : อัปโหลด Excel

อัปโหลดไฟล์ .xlsx หรือ .xls โดยตรง ระบบจะอ่านและนำเข้าข้อมูลอัตโนมัติจากไฟล์

สะดวกสุด
รูปแบบข้อมูลที่ถูกต้อง (วิธีวางจาก Excel)
# แถวที่ 1 = คะแนนผู้สอบคนที่ 1 (แต่ละข้อคั่นด้วย Tab หรือ Space)
8 15 9 18 7
10 12 8 20 6
# บรรทัดสุดท้าย = คะแนนเต็มแต่ละข้อ
10 20 10 20 10
โครงสร้างข้อมูล : แต่ละแถวแทนผู้สอบ 1 คน แต่ละคอลัมน์แทนข้อสอบ 1 ข้อ โดยแถวสุดท้ายเป็น คะแนนเต็มของแต่ละข้อ (max score per item) คั่นระหว่างค่าด้วย Tab, เว้นวรรค, หรือจุลภาค
การตรวจสอบข้อมูล

ระบบจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยอัตโนมัติก่อนดำเนินการวิเคราะห์ ดังนี้

  • คะแนนแต่ละรายการต้องไม่ ติดลบ (คะแนน ≥ 0)
  • คะแนนต้องไม่ เกินคะแนนเต็ม ของข้อนั้น (คะแนน ≤ Max)
  • คะแนนเต็มของทุกข้อต้องมีค่า มากกว่า 0 (Max > 0)
  • หากพบข้อผิดพลาด ระบบจะแสดงรายการข้อผิดพลาดพร้อมระบุข้อและผู้สอบที่มีปัญหา

6. ขั้นตอนที่ 4 — ผลการวิเคราะห์รายข้อ

ระบบจะแสดงตารางผลการวิเคราะห์คุณภาพรายข้อ ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญดังนี้

ค่าที่แสดง ความหมาย ช่วงค่า เกณฑ์ผ่าน
Max คะแนนเต็มของข้อนั้น > 0
X̄_H คะแนนเฉลี่ยกลุ่มสูง (27%) [0, Max]
X̄_L คะแนนเฉลี่ยกลุ่มต่ำ (27%) [0, Max]
p (ความยาก) ดัชนีความยาก ยิ่งค่ามาก = ง่ายขึ้น [0, 1] 0.20 ≤ p ≤ 0.80
r (อำนาจจำแนก) ดัชนีอำนาจจำแนก ยิ่งค่ามาก = จำแนกได้ดีขึ้น [-1, 1] r ≥ 0.20
ผลการประเมิน สรุปว่าข้อนั้นผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์ ผ่าน p และ r
การแบ่งกลุ่ม 27% (Whitney & Sabers, 1970)

ระบบเรียงคะแนนรวมของผู้สอบทุกคน แล้วแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

27%
กลุ่มสูง (High Group)
ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด 27% แรก
ใช้ตัวแทนผู้ที่มีความสามารถสูง
27%
กลุ่มต่ำ (Low Group)
ผู้ที่ได้คะแนนรวมต่ำสุด 27% สุดท้าย
ใช้ตัวแทนผู้ที่มีความสามารถต่ำ
สูตรความยาก (p)
pj = (ΣX_H + ΣX_L) / (2 × n₂₇ × Max_j)
X_H = ผลรวมคะแนนข้อ j ของกลุ่มสูง | X_L = ผลรวมคะแนนข้อ j ของกลุ่มต่ำ | n₂₇ = จำนวนคนในแต่ละกลุ่ม | Max_j = คะแนนเต็มข้อ j
สูตรอำนาจจำแนก (r)
rj = (ΣX_H − ΣX_L) / (n₂₇ × Max_j)
ค่า r > 0 หมายความว่ากลุ่มสูงทำได้ดีกว่ากลุ่มต่ำ (เป็นที่ต้องการ) | ค่า r < 0 หมายความว่ากลุ่มต่ำทำได้ดีกว่า (บกพร่องร้ายแรง)
ระดับความยาก (p)
ช่วงค่า pระดับการแปลความหมายสถานะ
> 0.80ง่ายเกินไปผู้สอบส่วนใหญ่ทำได้ ข้อสอบง่ายเกินไปไม่ผ่าน
0.60 – 0.80ค่อนข้างง่ายผู้สอบส่วนใหญ่ทำได้ค่อนข้างดีผ่าน
0.40 – 0.60ปานกลางระดับความยากเหมาะสมที่สุดผ่าน
0.20 – 0.40ค่อนข้างยากผู้สอบส่วนใหญ่ทำได้น้อยผ่าน
< 0.20ยากเกินไปผู้สอบแทบไม่สามารถทำได้ไม่ผ่าน
ระดับอำนาจจำแนก (r)
ช่วงค่า rระดับการแปลความหมายสถานะ
0.40 ขึ้นไปจำแนกได้ดีมากข้อสอบจำแนกได้ดีเยี่ยม ควรเก็บไว้ผ่าน
0.30 – 0.39จำแนกได้ดีข้อสอบจำแนกได้ดี ควรเก็บไว้ผ่าน
0.20 – 0.29จำแนกได้พอใช้จำแนกได้พอประมาณ อาจปรับปรุงได้ผ่าน
0.00 – 0.19จำแนกได้ไม่ดีข้อสอบจำแนกไม่ได้ ควรปรับปรุงไม่ผ่าน
< 0.00 (ลบ)ค่าลบ — บกพร่องร้ายแรงกลุ่มต่ำทำได้ดีกว่ากลุ่มสูง ต้องแก้ไขทันทีไม่ผ่าน (วิกฤต)

7. ขั้นตอนที่ 5 — เลือกข้อสอบเพื่อคำนวณ Alpha

ในขั้นตอนนี้ผู้ใช้ต้องเลือกข้อสอบที่ต้องการนำไปคำนวณค่าความเชื่อมั่น Cronbach's Alpha

ข้อสอบสีเขียว (เส้นขอบ)
คือข้อที่ผ่านเกณฑ์ทั้ง p และ r แนะนำให้เลือกข้อเหล่านี้
ข้อสอบสีแดง (เส้นขอบ)
คือข้อที่ไม่ผ่านเกณฑ์ อาจเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ตามวัตถุประสงค์
มีปุ่มลัด "เลือกทุกข้อที่ผ่านเกณฑ์" และ "เลือกทุกข้อ" เพื่อความสะดวก และต้องเลือก อย่างน้อย 2 ข้อ จึงจะคำนวณ Cronbach's Alpha ได้

8. ขั้นตอนที่ 6 — Cronbach's Alpha & รายงาน

ขั้นตอนสุดท้ายแสดงค่าความเชื่อมั่น Cronbach's Alpha พร้อมรายงานวิชาการอย่างสมบูรณ์

สูตร Cronbach's Alpha (α)
α = K/(K−1) × [1 − Σσ²ᵢ / σ²ₜ]
K = จำนวนข้อที่เลือก | σ²ᵢ = ความแปรปรวนของคะแนนข้อที่ i (population variance) | σ²ₜ = ความแปรปรวนของคะแนนรวม
เกณฑ์แปลค่า Cronbach's Alpha
ช่วงค่า αระดับความเชื่อมั่นการแปลความหมายสถานะ
≥ 0.90สูงมากแบบทดสอบมีความเชื่อมั่นสูงมาก เยี่ยมยอดยอดเยี่ยม
0.80 – 0.89สูงแบบทดสอบมีความเชื่อมั่นสูง เหมาะสมดีมาก
0.70 – 0.79ดีแบบทดสอบมีความเชื่อมั่นในระดับดีดี
0.60 – 0.69พอใช้ยอมรับได้ แต่ควรปรับปรุงพอใช้
< 0.60ต่ำความเชื่อมั่นต่ำ ควรทบทวนข้อสอบทั้งหมดต้องปรับปรุง
รายงานทางวิชาการ (Research Report)
  • ระบบสร้าง รายงานผลการวิเคราะห์คุณภาพแบบทดสอบ ในรูปแบบวิชาการโดยอัตโนมัติ
  • รายงานประกอบด้วย ตารางผล p และ r รายข้อ, ค่า Alpha, และบทสรุปการแปลผล
  • มีปุ่ม "คัดลอกข้อความ" เพื่อคัดลอกรายงานไปใช้ในเอกสาร
  • มีปุ่ม "พิมพ์รายงาน" เพื่อพิมพ์หรือบันทึกเป็น PDF

9. การส่งออกข้อมูล

ส่งออก Excel (.xlsx)
ดาวน์โหลดตารางผลการวิเคราะห์ p, r และ Alpha ในรูปแบบ Excel สำหรับใช้งานต่อ
พิมพ์ / บันทึก PDF
พิมพ์รายงานวิชาการหรือบันทึกเป็น PDF โดยใช้ฟังก์ชันพิมพ์ของเบราว์เซอร์
คัดลอกรายงาน
คัดลอกข้อความรายงานวิชาการทั้งหมดด้วยปุ่มเดียว เพื่อวางในเอกสาร Word หรืออื่น ๆ

10. หลักทฤษฎีและหลักวิชาการ

โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานทฤษฎีการวัดผลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนี้

การแบ่งกลุ่ม 27%

Whitney & Sabers (1970) พิสูจน์ว่าการใช้ 27% ของทั้งสองปลายการกระจาย ให้ค่าอำนาจจำแนกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทางสถิติ โปรแกรมใช้ round(N × 0.27) ตามแนวทางนี้

Cronbach's Alpha

Cronbach (1951) พัฒนาสัมประสิทธิ์ Alpha เป็นตัววัดความสอดคล้องภายใน (internal consistency) เหมาะสำหรับข้อสอบที่มีคะแนนหลายระดับ ต่างจาก KR-20 ที่ใช้กับข้อสอบ 0/1 เท่านั้น

การคำนวณ Population Variance (σ²) : โปรแกรมใช้การหารด้วย N (ไม่ใช่ N-1) เนื่องจากในบริบทการวิเคราะห์แบบทดสอบ กลุ่มผู้สอบถือเป็นประชากร (population) ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (sample) ตามแนวทางของ Ebel & Frisbie (1991)

11. การแปลผลและการตัดสินใจ

เกณฑ์ตัดสินคุณภาพข้อสอบ
กรณี ค่า p ค่า r ผล คำแนะนำ
ผ่านทั้งสองเกณฑ์ 0.20 – 0.80 ≥ 0.20 ผ่าน เก็บข้อสอบไว้ใช้งาน
ความยากไม่ผ่าน < 0.20 หรือ > 0.80 ≥ 0.20 ไม่ผ่าน ปรับระดับความยากของข้อสอบ
อำนาจจำแนกไม่ผ่าน 0.20 – 0.80 0.00 – 0.19 ไม่ผ่าน ทบทวนเนื้อหา ปรับข้อสอบ
ไม่ผ่านทั้งสองเกณฑ์ ไม่ผ่าน < 0.20 ไม่ผ่าน ปรับปรุงหรือพิจารณาตัดทิ้ง
อำนาจจำแนกเป็นลบ < 0 วิกฤต ต้องแก้ไขหรือตัดทิ้งทันที
กรณี r เป็นลบ (Negative Discrimination) : เป็นสัญญาณอันตราย หมายความว่ากลุ่มที่ความสามารถต่ำทำได้ดีกว่ากลุ่มที่ความสามารถสูง อาจเกิดจากข้อสอบมีคำตอบผิด / เนื้อหาสับสน / หรือมีข้อบกพร่องในการตรวจ ควรทบทวนและแก้ไขข้อสอบนั้นทันที

12. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมต้องใช้ผู้สอบอย่างน้อย 4 คน?
เพราะโปรแกรมต้องแบ่งกลุ่ม 27% ทั้งบนและล่าง หากมีผู้สอบน้อยกว่า 4 คน จะไม่สามารถสร้างกลุ่มได้ อย่างไรก็ตาม ค่าที่แนะนำคืออย่างน้อย 37 คน เพื่อให้กลุ่ม 27% มีขนาด ≥ 10 คน ซึ่งให้ผลที่เชื่อถือได้ทางสถิติ
ต่างจากโปรแกรมวิเคราะห์แบบปรนัยอย่างไร?
แบบปรนัยคะแนนแต่ละข้อเป็นแบบ 0 หรือ 1 เท่านั้น จึงใช้ KR-20 หรือ KR-21 แบบอัตนัยคะแนนแต่ละข้อเป็นแบบต่อเนื่อง (0 ถึง Max_j) และ Max_j อาจต่างกันในแต่ละข้อ โปรแกรมนี้จึงปรับสูตรให้หาร Max_j เพื่อให้ p และ r อยู่ในสเกล [0,1] และ [-1,1] และใช้ Cronbach's Alpha แทน KR-20
วางข้อมูลจาก Excel แล้วไม่ถูกต้อง?
ตรวจสอบว่า (1) จำนวนคอลัมน์ตรงกับจำนวนข้อสอบที่กำหนด (2) จำนวนแถวตรงกับจำนวนผู้สอบ + 1 (แถวสุดท้ายคือคะแนนเต็ม) (3) ตัวเลขไม่มีตัวอักษรหรือสัญลักษณ์พิเศษ (4) ใช้จุดทศนิยม (.) ไม่ใช่จุลภาค (,) สำหรับทศนิยม
ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้นานแค่ไหน?
ข้อมูลถูกเก็บใน PHP Session ของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะหมดอายุเมื่อปิดเบราว์เซอร์ หรือหลังจากไม่มีการใช้งานตามที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด (ปกติ 24 ชั่วโมง) แนะนำให้ ดาวน์โหลด Excel หรือพิมพ์รายงาน ก่อนปิดโปรแกรม
ค่า Alpha ออกมาเป็น NULL หรือไม่แสดงผล?
เกิดขึ้นเมื่อ (1) เลือกข้อสอบน้อยกว่า 2 ข้อ (Alpha ต้องการ K ≥ 2) (2) ความแปรปรวนของคะแนนรวม (σ²ₜ) = 0 หมายความว่าผู้สอบทุกคนได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ตรวจสอบข้อมูลคะแนนและจำนวนข้อที่เลือก

13. เอกสารอ้างอิง (References)

รายการอ้างอิงเรียงตามลำดับตัวอักษร (APA 7th Edition)
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Ebel, R. L., & Frisbie, D. A. (1991). Essentials of educational measurement (5th ed.). Prentice-Hall.
Whitney, D. R., & Sabers, D. L. (1970). Improving essay examinations III: Use of item analysis. Technical Bulletin No. 11. University of Iowa.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). หลักการวัดผลการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 3). สุวีริยาสาส์น.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2557). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 9). เฮ้าส์ออฟเคอร์มีสท์.
การอ้างอิงโปรแกรมนี้ (APA)
วุฒิไกร ป้อมมะรัง. (2569). โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบทดสอบแบบอัตนัย Academic 1.0 [โปรแกรมคอมพิวเตอร์]. https://statsmartly.com/statistical/Essay.php