Calculator Icon
Nonparametric Statistics

Kruskal-Wallis H Test

การทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่มตัวอย่างตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป
ด้วยวิธีการทางสถิติแบบไม่อิงพารามิเตอร์ พร้อม Tie Correction และ Effect Size

1
ตั้งค่า
2
กลุ่ม
3
ข้อมูล
4
ผลเบื้องต้น
5
รายงาน

ตั้งค่าการทดสอบ

Step 1 / 5

Kruskal-Wallis test ใช้สำหรับเปรียบเทียบ ตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป หากมี 2 กลุ่ม ให้ใช้ Mann-Whitney U test แทน

ค่ามาตรฐานที่นิยมใช้ในงานวิจัยสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์คือ α = .05

คำอธิบายทางวิชาการ
บทนำและภาพรวม (Introduction)
ความหมาย ที่มา และลักษณะของการทดสอบ

Kruskal-Wallis H test เป็นสถิติทดสอบแบบ ไม่อิงพารามิเตอร์ (Nonparametric test) ที่พัฒนาโดย William Kruskal และ W. Allen Wallis ตีพิมพ์ใน Journal of the American Statistical Association ปี ค.ศ. 1952 ใช้สำหรับเปรียบเทียบการแจกแจงของตัวแปรต่อเนื่องหรือลำดับ ระหว่างกลุ่มตัวอย่างอิสระตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป

โดยหลักการแล้ว การทดสอบนี้เป็นนามทั่วไปของ Mann-Whitney U test ที่ขยายจาก 2 กลุ่ม ไปสู่ k กลุ่ม และถือว่าเป็นคู่ขนานแบบ nonparametric ของ One-Way ANOVA โดยแทนที่การใช้ค่าจริงของข้อมูล ด้วยลำดับของข้อมูล (Ranks) จากการเรียงจากน้อยสุดถึงมากสุดในชุดข้อมูลรวม

การทดสอบ Kruskal-Wallis ไม่ได้ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย แต่ทดสอบว่า การแจกแจงของประชากรทั้ง k กลุ่มเหมือนกันหรือไม่ — หาก H₀ ถูกปฏิเสธ แสดงว่าอย่างน้อย 1 กลุ่มมีค่า median หรือรูปร่างการแจกแจงแตกต่างจากกลุ่มอื่น
สมมติฐานทางสถิติ (Hypotheses)
H₀ และ H₁ ที่ใช้ในการทดสอบ
สมมติฐานว่าง — Null Hypothesis (H₀)

การแจกแจงของประชากรทั้ง k กลุ่มเหมือนกัน
F₁(x) = F₂(x) = … = Fk(x) สำหรับทุก x

สมมติฐานทางเลือก — Alternative Hypothesis (H₁)

มีอย่างน้อย 1 คู่ที่การแจกแจงต่างกัน
∃ i ≠ j : Fi(x) ≠ Fj(x)

การปฏิเสธ H₀ บอกเพียงว่ามีความแตกต่างเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ระบุว่ากลุ่มใดแตกต่างจากกลุ่มใด จำเป็นต้องทำ Post-hoc test เพิ่มเติม เช่น Dunn's test พร้อม Bonferroni correction

สูตรคำนวณ (Formula)
H statistic พร้อม Tie Correction

ขั้นตอนที่ 1 — กำหนดลำดับ (Rank): รวมข้อมูลทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน (N รายการ) แล้วจัดลำดับจากน้อยไปมาก ค่าที่เท่ากัน (Ties) จะได้รับ ลำดับเฉลี่ย (Midrank)

ขั้นตอนที่ 2 — คำนวณ H statistic:

H = 12 / [N(N+1)] × Σ (R²ᵢ / nᵢ) − 3(N+1) N = จำนวนข้อมูลรวมทั้งหมด  |  k = จำนวนกลุ่ม  |  nᵢ = จำนวนข้อมูลกลุ่ม i  |  Rᵢ = ผลรวม Rank กลุ่ม i

ขั้นตอนที่ 3 — Tie Correction (เมื่อมีค่าซ้ำ): ปรับแก้ค่า H ด้วยตัวหารเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

C = 1 − Σ(t³ − t) / (N³ − N) Hcorrected = H / C t = จำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่มของค่าซ้ำ (Tie group size)  |  C ≥ 1.0 เสมอ — ยิ่งมี Ties มากค่า C ยิ่งต่ำ

ขั้นตอนที่ 4 — เปรียบเทียบกับ Chi-square Distribution:

df = k − 1   |   ปฏิเสธ H₀ เมื่อ Hc > χ²α, df H statistic มีการแจกแจงใกล้เคียง χ² เมื่อ nᵢ ≥ 5 ในทุกกลุ่ม (Kruskal & Wallis, 1952)

ขั้นตอนที่ 5 — Effect Size η²H (Tomczak & Tomczak, 2014):

η²H = (Hc − df) / (N − k) ค่าอยู่ในช่วง [0, 1] — บอกสัดส่วนความแปรปรวนของ Ranks ที่อธิบายได้ด้วยความแตกต่างระหว่างกลุ่ม
ข้อตกลงเบื้องต้น (Assumptions)
เงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบก่อนการวิเคราะห์
  • ความเป็นอิสระของการสังเกต (Independence)
    ข้อมูลแต่ละรายการต้องเป็นอิสระต่อกันทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม การสุ่มตัวอย่างแบบ random sampling จะตอบสนองข้อตกลงนี้ได้ดีที่สุด
  • ระดับการวัดของตัวแปร (Measurement Scale)
    ตัวแปรตามต้องวัดในระดับอย่างน้อย Ordinal (ลำดับ) — รองรับข้อมูลระดับ Ordinal, Interval และ Ratio ไม่เหมาะกับข้อมูล Nominal
  • ความเป็นอิสระระหว่างกลุ่ม (Independent Groups)
    แต่ละกลุ่มต้องประกอบด้วยหน่วยตัวอย่างคนละชุดกัน (Between-subjects design) หากเป็นการวัดซ้ำให้ใช้ Friedman test แทน
  • ขนาดตัวอย่างที่เพียงพอ (Sample Size)
    แนะนำ nᵢ ≥ 5 สำหรับทุกกลุ่ม เพื่อให้ chi-square approximation มีความแม่นยำ หากกลุ่มใดมี nᵢ < 5 ควรใช้ Exact distribution แทน (Siegel & Castellan, 1988)
  • รูปร่างการแจกแจงที่คล้ายคลึงกัน (Similar Shape) — เพื่อการแปลผล Median
    หากต้องการแปลผลว่า"กลุ่มใดมี Median สูงกว่า" การแจกแจงของทุกกลุ่มควรมีรูปร่างที่คล้ายกัน หากรูปร่างต่างกัน การทดสอบยังใช้ได้แต่แปลผลได้เพียงว่า"การแจกแจงต่างกัน"เท่านั้น
ขนาดอิทธิพล (Effect Size — η²H)
เกณฑ์ตีความตาม Tomczak & Tomczak (2014)

ค่า η²H (Epsilon-squared หรือ Eta-squared H) บ่งชี้สัดส่วนของความแปรปรวนในลำดับข้อมูล (Rank variance) ที่อธิบายได้ด้วยตัวแปรจัดกลุ่ม ค่า p-value และ Effect Size ต้องรายงานคู่กันเสมอ เนื่องจาก significance อาจเกิดจาก sample size ที่ใหญ่มากโดยที่ขนาดอิทธิพลจริงมีน้อย

< .01 น้อยมาก Negligible
.01 – .05 น้อย Small
.06 – .13 ปานกลาง Medium
≥ .14 มาก Large

เกณฑ์นี้ปรับมาจากเกณฑ์ของ Cohen (1988) ที่ใช้กับ ANOVA (η² = .01/.06/.14) โดย Tomczak & Tomczak (2014) เสนอให้ใช้เกณฑ์เดียวกันกับ η²H ของ Kruskal-Wallis

เปรียบเทียบ Kruskal-Wallis vs. One-Way ANOVA
เมื่อไรควรใช้อะไร?
เกณฑ์ Kruskal-Wallis One-Way ANOVA
ประเภทการทดสอบ Nonparametric Parametric
ข้อมูลที่ใช้ Ranks (ลำดับ) ค่าจริง (Raw values)
ระดับการวัด Ordinal ขึ้นไป Interval / Ratio เท่านั้น
การแจกแจงข้อมูล ไม่ต้องสมมติ
Distribution-free
ต้อง Normal distribution
Homogeneity of variance
ขนาดตัวอย่าง ใช้ได้กับ n เล็ก ควรมี n ≥ 30 ต่อกลุ่ม
Outliers ทนต่อ Outliers ดีกว่า อ่อนไหวต่อ Outliers
Statistical Power ~95.5% ของ ANOVA
เมื่อ Normal distribution
สูงสุดเมื่อ Normal
Post-hoc test Dunn's test
+ Bonferroni / BH correction
Tukey HSD, Scheffé
LSD, Bonferroni
แนวทางการตัดสินใจ : หากข้อมูลเป็น Normal distribution และ n มีขนาดใหญ่พอ — ใช้ ANOVA จะมี Power สูงกว่า แต่หากข้อมูลมีการแจกแจงเบ้, มี Outliers, เป็น Ordinal scale หรือ n น้อย — Kruskal-Wallis เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
ขั้นตอนการวิเคราะห์ใน Tool นี้
การทำงานแต่ละ Step และสิ่งที่ระบบคำนวณให้
1
ตั้งค่า : กำหนดจำนวนกลุ่ม (k ≥ 3) และระดับนัยสำคัญ (α) ที่ต้องการ
2
ระบุชื่อกลุ่ม : ตั้งชื่อกลุ่มตัวอย่างแต่ละกลุ่มเพื่อใช้ในรายงาน
3
นำเข้าข้อมูล : เลือกวิธีป้อนข้อมูล 3 แบบ — กรอกเอง / วางจาก Clipboard / อัพโหลด Excel ข้อมูลแต่ละกลุ่มไม่จำเป็นต้องมี n เท่ากัน
4
ผลเบื้องต้น : ระบบคำนวณ H statistic (พร้อม Tie correction), df, p-value, Critical value และ η²H พร้อม Boxplot สำหรับเปรียบเทียบกลุ่ม
5
รายงานสมบูรณ์ : สถิติเชิงพรรณนา, ตาราง Rank, การแปลผล และการอภิปรายตามหลักวิชาการ พร้อมแนวทาง Post-hoc test ในกรณีพบนัยสำคัญ

กำหนดชื่อกลุ่มตัวอย่าง

Step 2 / 5
ย้อนกลับ

กรอกข้อมูลแต่ละกลุ่ม

Step 3 / 5

กรอกจำนวนข้อมูลที่แต่ละกลุ่มมีเท่ากัน แนะนำ n ≥ 5

ย้อนกลับ
วิธีใช้งาน: วางข้อมูลของแต่ละกลุ่มในช่องด้านล่าง โดยพิมพ์หรือวางตัวเลขทีละบรรทัด (หรือคั่นด้วย Enter, Tab, , หรือ ;)
กลุ่มที่ 1
กลุ่มที่ 2
กลุ่มที่ 3
ย้อนกลับ
รูปแบบไฟล์ที่รองรับ: .xlsx, .xls, .csv  |  โครงสร้างข้อมูล: แต่ละ คอลัมน์ = ข้อมูลของ 1 กลุ่ม (ต้องมีอย่างน้อย 3 คอลัมน์) แถวแรกสามารถเป็นหัวตารางได้ หากตรวจพบว่าไม่ใช่ตัวเลข
ลากวางไฟล์ที่นี่ หรือคลิกเพื่อเลือกไฟล์

รองรับ .xlsx, .xls, .csv — ไม่มีการอัพโหลดข้อมูลสู่เซิร์ฟเวอร์

ย้อนกลับ