โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม
Questionnaire Quality Analysis System
v2.0 · Academic Edition
ระบบวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือวิจัย

วิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม

ตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วย Cronbach's Alpha และค่าอำนาจจำแนกด้วยค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Corrected Item-Total Correlation) ตามมาตรฐานสากล

ตั้งค่าการวิเคราะห์

กรอกข้อมูลพื้นฐานก่อนเริ่มการวิเคราะห์

จำนวนข้อที่จะนำมาวิเคราะห์ (2–200 ข้อ)
จำนวนผู้ตอบที่นำมาวิเคราะห์ (10–2,000 คน · รวมไม่เกิน 100,000 ช่อง)
ค่าต่ำสุดของแต่ละข้อคือ 1 เสมอ
ความเชื่อมั่น (Reliability)
วิเคราะห์ด้วย Cronbach's Alpha โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ซึ่งวัดความสอดคล้องภายใน (Internal Consistency) ของแบบสอบถาม
[Cronbach, 1951; Nunnally & Bernstein, 1994]
ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination)
วิเคราะห์ด้วย Corrected Item-Total Correlation คือค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมของข้อที่เหลือ (ตัดข้อนั้นออกจากคะแนนรวม) พร้อมค่า Alpha if Item Deleted ตรงกับตาราง Item-Total Statistics ของ SPSS
[Henrysson, 1963; Crocker & Algina, 1986]
ความรู้พื้นฐานการวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม
Academic Foundation of Questionnaire Quality Analysis
ความหมายของการวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม

การวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม (Questionnaire Quality Analysis) คือกระบวนการตรวจสอบ ความเชื่อมั่น (Reliability) และ ความสามารถในการจำแนก (Discrimination) ของเครื่องมือวิจัย ก่อนนำไปเก็บข้อมูลจริง เพื่อให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือทางวิชาการ (Crocker & Algina, 1986; Nunnally & Bernstein, 1994)

การวิเคราะห์ที่ดีควรครอบคลุมทั้ง 2 มิติ ได้แก่ การวัด Internal Consistency ด้วย Cronbach's Alpha และการตรวจสอบ Discriminating Power รายข้อ ด้วยค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Corrected Item-Total Correlation)

ความเชื่อมั่น (Reliability)
วัดความคงเส้นคงวาของผลการวัด โปรแกรมนี้ประเมินแบบความสอดคล้องภายใน (Internal Consistency) ระหว่างข้อคำถาม ค่า Cronbach's α ≥ 0.7 ถือว่ายอมรับได้
อำนาจจำแนก (Discrimination)
วัดว่าแต่ละข้อคำถามสามารถแยกแยะผู้ตอบที่มีระดับคุณลักษณะสูง-ต่ำออกจากกันได้แค่ไหน ค่า r ≥ 0.2 ถือว่ายอมรับได้
ความตรง (Validity)
วัดว่าแบบสอบถามวัดสิ่งที่ต้องการวัดได้จริงหรือไม่ โดยทั่วไปตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (Content Validity) ก่อนนำมาวิเคราะห์ทางสถิติ
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (Sample Size)
ควรมีผู้ตอบอย่างน้อย 30 คน สำหรับการทดลองใช้ (Try-out) ส่วนการวิจัยจริงให้คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างตามแบบแผนการวิจัย (เกณฑ์ 5–10 เท่า ของจำนวนข้อ ตาม Hair et al., 2010 ใช้เมื่อจะวิเคราะห์องค์ประกอบ)
ขั้นตอนการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย
STEP 01 กำหนดนิยามตัวแปรและกรอบแนวคิด
ระบุตัวแปรที่ต้องการวัด กำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Operational Definition) และทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
STEP 02 สร้างข้อคำถามเบื้องต้น
ร่างข้อคำถามให้ครอบคลุมทุกมิติของตัวแปร โดยใช้ภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่มีความหมายสองนัย
STEP 03 ตรวจสอบความตรงโดยผู้เชี่ยวชาญ (IOC)
ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3–5 คน ประเมิน Item-Objective Congruence Index (IOC) ≥ 0.5 ต่อข้อ
STEP 04 ทดลองใช้ (Try-out) กับกลุ่มตัวอย่างเล็ก
นำแบบสอบถามไปทดลองกับกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30–50 คน
STEP 05 วิเคราะห์คุณภาพทางสถิติ (ขั้นตอนนี้) คุณกำลังอยู่ที่นี่
คำนวณ Cronbach's Alpha และค่าอำนาจจำแนกรายข้อ ตัดหรือปรับปรุงข้อที่ไม่ผ่านเกณฑ์
STEP 06 นำแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ไปใช้จริง
นำเวอร์ชันสุดท้ายที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจริง
คู่มือการใช้งาน — โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม

1. ภาพรวมระบบ

ระบบทำอะไรได้บ้าง และเหมาะกับใคร

โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม เป็นเครื่องมือออนไลน์สำหรับตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย โดยเฉพาะแบบสอบถามที่ใช้มาตราส่วนแบบประมาณค่า (Rating Scale) เช่น มาตราส่วน Likert ระบบออกแบบตามมาตรฐานทางจิตวิทยาการวัด (Psychometrics) และอ้างอิงทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการสากล

ความสามารถของระบบ

  • คำนวณ ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) เพื่อวัดความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
  • คำนวณ ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (Corrected Item-Total Correlation) พร้อมค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Alpha if Item Deleted
  • แสดงผลพร้อม การแปลผลอัตโนมัติ ตามเกณฑ์มาตรฐาน George & Mallery (2003) และ Ebel & Frisbie (1991)
  • รองรับการ นำเข้าข้อมูล 3 รูปแบบ: กรอกเอง / คัดลอกวาง / อัปโหลด Excel
  • คัดกรองข้อคำถาม ที่ผ่านเกณฑ์และคำนวณค่า Alpha ใหม่ได้ทันที
  • รองรับ Scale การวัด 2–10 ระดับ
  • แสดง กราฟแท่ง ค่าอำนาจจำแนกเปรียบเทียบรายข้อ

กลุ่มเป้าหมาย

  • นักศึกษาระดับปริญญาตรี–บัณฑิตศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์หรืองานวิจัย
  • อาจารย์และนักวิจัยที่ต้องการตรวจสอบเครื่องมือวิจัยก่อนเก็บข้อมูลจริง
  • ผู้ออกแบบแบบสอบถามในองค์กรหรือหน่วยงาน
ข้อจำกัด: โปรแกรมรองรับเฉพาะ Rating Scale (ตัวเลข 1–N) เท่านั้น ไม่รองรับข้อสอบ Dichotomous (0/1) สำหรับข้อประเภทนั้นควรใช้ KR-20

2. เริ่มต้นใช้งาน

ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนใช้งาน

สิ่งที่ต้องเตรียม

ข้อมูลรายละเอียดข้อกำหนด
แบบสอบถามรายการข้อคำถามทั้งหมดที่จะวิเคราะห์ขั้นต่ำ 2 ข้อ
ข้อมูลคะแนนคะแนนที่ผู้ตอบแต่ละคนให้ในแต่ละข้อขั้นต่ำ 10 คน (แนะนำ ≥ 30)
ระดับ Scaleช่วงคะแนนสูงสุด เช่น 1–5 สำหรับ Likert 5 ระดับค่าระหว่าง 2–10

ขนาดกลุ่มตัวอย่าง

  • ขั้นต่ำ: 10 คน (ระบบยอมรับ แต่ผลอาจไม่น่าเชื่อถือ)
  • สำหรับ Try-out: 30–50 คน เป็นมาตรฐานที่ใช้ในงานวิจัย
  • หากจะวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor Analysis) ต่อ: 5–10 เท่าของจำนวนข้อ เช่น 20 ข้อ ควรมี 100–200 คน (Hair et al., 2010)
คำแนะนำ: หากข้อมูลอยู่ใน Excel ให้เปิดไฟล์ไว้พร้อม เพื่อคัดลอกหรืออัปโหลดโดยตรงในขั้นที่ 2

3. ขั้นที่ 1 — ตั้งค่าการวิเคราะห์

กำหนดพารามิเตอร์พื้นฐาน

หน้าแรกให้กรอกข้อมูลพื้นฐาน 3 รายการ ก่อนสร้างตารางสำหรับกรอกคะแนน

ช่องกรอกคำอธิบายตัวอย่างเงื่อนไข
จำนวนข้อคำถามจำนวนข้อในแบบสอบถามที่นำมาวิเคราะห์20≥ 2 ข้อ
จำนวนผู้ตอบจำนวนคนที่ตอบแบบสอบถามใน Try-out30≥ 10 คน
ระดับการวัด (Scale)ค่าสูงสุดของมาตราส่วน (ค่าต่ำสุดเป็น 1 เสมอ)52–10
หลังกรอกครบ คลิกปุ่ม "สร้างตารางกรอกข้อมูล" ระบบจะสร้างตารางขนาด ผู้ตอบ × ข้อคำถาม ให้อัตโนมัติ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • กรอกจำนวนข้อ = 1 → ระบบแจ้งข้อผิดพลาด (ต้องมีอย่างน้อย 2 ข้อเพื่อคำนวณ Alpha)
  • กรอกผู้ตอบน้อยกว่า 10 → ระบบแจ้งเตือน
  • กรอก Scale เกิน 10 หรือต่ำกว่า 2 → ระบบแจ้งข้อผิดพลาด

4. ขั้นที่ 2 — นำเข้าข้อมูลคะแนน

3 วิธีในการป้อนข้อมูล

สามารถเลือกวิธีนำเข้าข้อมูลได้ 3 วิธี สลับเปลี่ยนได้ก่อนกดส่งข้อมูล

วิธีที่ 1: กรอกข้อมูลเอง

  • ตารางสร้างอัตโนมัติ: แถว = ผู้ตอบ, คอลัมน์ = ข้อคำถาม
  • กด Tab เพื่อเลื่อนไปช่องถัดไป
  • ค่าต้องเป็นจำนวนเต็มระหว่าง 1 ถึงค่า Scale สูงสุด ทุกช่องต้องไม่ว่าง

วิธีที่ 2: คัดลอกวาง

รองรับ Tab / เว้นวรรค / จุลภาค · แต่ละแถว = ผู้ตอบ 1 คน · แต่ละคอลัมน์ = ข้อคำถาม
ตัวอย่าง: 5 4 3 5 4  /  3 5 5 4 3

วิธีที่ 3: อัปโหลด Excel

  • รองรับ .xlsx และ .xls ข้อมูลต้องอยู่ใน Sheet แรก
  • แถวที่ 1 อาจเป็นหัวตาราง — ระบบจะข้ามให้อัตโนมัติหากไม่ใช่ตัวเลข
  • คอลัมน์แรกอาจเป็นชื่อผู้ตอบ — ระบบจะข้ามให้อัตโนมัติ
สำคัญ: ค่าทุกช่องต้องเป็นตัวเลขระหว่าง 1 ถึงค่า Scale ที่กำหนด หากมีค่าว่างหรือตัวอักษรระบบจะแจ้งข้อผิดพลาด

5. ขั้นที่ 3 — อ่านผลการวิเคราะห์

ทำความเข้าใจกับผลลัพธ์ที่แสดง

ส่วนที่ 1: ค่า Cronbach's Alpha (α)

แสดงค่า α รวมของแบบสอบถามทั้งฉบับ พร้อมแถบสีระดับความน่าเชื่อถือ:

  • ● เขียว = α ≥ 0.90 (ดีมาก)  ·  ● น้ำเงิน = 0.80–0.89 (ดี)
  • ● ฟ้า = 0.70–0.79 (พอใช้)  ·  ● เหลือง = 0.60–0.69 (ค่อนข้างพอใช้)
  • ● แดง = α < 0.60 (ไม่ยอมรับ)

ส่วนที่ 2: ตารางค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r)

คอลัมน์ความหมาย
ข้อที่หมายเลขข้อคำถาม
X̄ / S.D.ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อ
ritค่าอำนาจจำแนก (Corrected Item-Total Correlation)
ระดับการแปลผลตามเกณฑ์ที่ปรับจาก Ebel & Frisbie (1991)
α if deletedค่าแอลฟาเมื่อตัดข้อนั้นออก (สีแดง = ตัดแล้ว α สูงขึ้น)
แถบสีเขียว ≥ 0.40 / น้ำเงิน ≥ 0.30 / เหลือง ≥ 0.20 / แดง < 0.20
Checkboxใช้เลือกข้อที่ต้องการนำไปวิเคราะห์ต่อในขั้นที่ 4

ส่วนที่ 3: กราฟแท่งค่าอำนาจจำแนก

  • เส้นแดงประ = เกณฑ์ขั้นต่ำ r = 0.20
  • เส้นม่วงประ = ค่าเฉลี่ยของค่า r ทั้งฉบับ
  • คลิกปุ่มบนกราฟเพื่อ Toggle แสดง/ซ่อนเส้นอ้างอิง

6. ขั้นที่ 4 — คัดกรองและวิเคราะห์ใหม่

ตัดข้อที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออกและดูผลปรับปรุง

1
ดูตารางค่า r รายข้อ
สังเกตข้อที่มีค่า r < 0.20 (สีแดง) หรือค่าติดลบ ซึ่งควรพิจารณาตัดออก
2
ปลด Checkbox ข้อที่ต้องการตัดออก
ปลดถูกออกสำหรับข้อที่ไม่ต้องการ สามารถใช้ปุ่ม "เลือกทั้งหมด / ยกเลิกทั้งหมด" ได้
3
คลิก "วิเคราะห์ข้อมูลที่ผ่านเกณฑ์"
ระบบจะคำนวณค่า Alpha และค่า r ใหม่จากเฉพาะข้อที่เลือก (ต้องเลือกอย่างน้อย 2 ข้อ) ค่า r ของข้อที่เหลือจะเปลี่ยนเพราะคะแนนรวมเปลี่ยน
4
เปรียบเทียบผลก่อน-หลัง
ผลลัพธ์ใหม่แสดงค่า Alpha ของแบบสอบถามฉบับปรับปรุง นำไปเปรียบเทียบกับค่าเดิมเพื่อตัดสินใจ
หมายเหตุ: การคัดกรองนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ การตัดข้อออกจริงต้องผ่านการพิจารณาเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญด้วย

7. ทฤษฎีและสูตรคำนวณ

รากฐานทางวิชาการของโปรแกรม

Cronbach's Alpha (α) — ความเชื่อมั่น

ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เป็นตัวชี้วัดความสอดคล้องภายใน (Internal Consistency) ของแบบสอบถาม บอกระดับที่ข้อคำถามแปรผันไปในทิศทางเดียวกัน (Cronbach, 1951)

Cronbach (1951). Psychometrika, 16(3), 297–334.
α = (k / (k − 1)) × (1 − Σs²ᵢ / s²ₜ)
k = จำนวนข้อคำถาม · Σs²ᵢ = ผลรวมความแปรปรวนรายข้อ · s²ₜ = ความแปรปรวนของคะแนนรวม

Corrected Item-Total Correlation (rit) — ค่าอำนาจจำแนก

ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สันระหว่างคะแนนของข้อคำถามแต่ละข้อกับคะแนนรวมของข้ออื่นทั้งหมด บอกว่าข้อนั้นจำแนกผู้ที่มีระดับคุณลักษณะสูงออกจากต่ำได้ดีเพียงใด และสอดคล้องกับข้ออื่นในแบบสอบถามเพียงใด (Crocker & Algina, 1986)

Henrysson (1963); Crocker & Algina (1986)
r = [nΣXY − (ΣX)(ΣY)] / √{[nΣX² − (ΣX)²][nΣY² − (ΣY)²]}
X = คะแนนของข้อที่วิเคราะห์ · Y = คะแนนรวมของข้ออื่นทั้งหมด (T − X) · n = จำนวนผู้ตอบ
ทำไมต้องตัดข้อนั้นออกจากคะแนนรวม? หากใช้คะแนนรวมที่มีข้อนั้นอยู่ด้วย ค่า r จะสูงเกินจริง เพราะข้อนั้นสัมพันธ์กับตัวเองบางส่วน (Part–Whole Overlap) โดยเฉพาะเมื่อแบบสอบถามมีจำนวนข้อน้อย การปรับแก้จึงให้ค่าที่สะท้อนความสอดคล้องกับข้ออื่นได้ตรงกว่า (Henrysson, 1963) และเป็นค่าเดียวกับที่ SPSS รายงาน

8. เกณฑ์การแปลผล

มาตรฐานการแปลความหมายผลลัพธ์

Cronbach's Alpha — ปรับจาก George & Mallery (2003)

α ≥ 0.90
ดีมาก (Excellent)
0.80 ≤ α < 0.90
ดี (Good)
0.70 ≤ α < 0.80
พอใช้ได้ (Acceptable)
0.60 ≤ α < 0.70
ค่อนข้างพอใช้ (Questionable)
α < 0.60
ไม่ยอมรับได้ (Unacceptable)
ข้อควรระวัง: ค่า α > 0.95 อาจบ่งชี้ความซ้ำซ้อนของข้อคำถาม Streiner (2003) แนะนำว่า 0.80–0.90 เหมาะสมที่สุด

ค่าอำนาจจำแนก (rit) — ปรับจาก Ebel & Frisbie (1991)

r ≥ 0.40
ดีมาก (Very Good)
0.30 ≤ r < 0.40
ดี (Good)
0.20 ≤ r < 0.30
พอใช้ได้ (Marginal)
r < 0.20 หรือ ≤ 0
ควรตัดออก (Reject)
เกณฑ์ขั้นต่ำ r ≥ 0.20 ใช้แพร่หลาย บางสาขาวิชาใช้เกณฑ์ r ≥ 0.30 (Field, 2018) ควรระบุเกณฑ์ที่เลือกใช้ไว้ในรายงาน

ความหมายของค่า r ติดลบ

  • คะแนนข้อนั้นแปรผันสวนทางกับคะแนนรวมของข้ออื่น — ผิดปกติ
  • สาเหตุที่พบบ่อย: ลืม Reverse Scoring, ข้อกำกวม, หรือวัดตัวแปรที่แตกต่างออกไป
  • ควรตัดออกหรือปรับปรุงก่อนนำไปเก็บข้อมูลจริง

9. การรายงานผลในงานวิจัย

แนวทางการนำเสนอผลตามมาตรฐานวิชาการ

รูปแบบการรายงานในวิทยานิพนธ์ (บทที่ 3)

"ผู้วิจัยนำแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Try-out) กับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน จากนั้นตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient) ตามวิธีของ Cronbach (1951) ได้ค่าเท่ากับ .87 ซึ่งอยู่ในระดับดี (George & Mallery, 2003) และตรวจสอบค่าอำนาจจำแนกรายข้อด้วยค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมของข้อที่เหลือ (Corrected Item-Total Correlation) พบว่ามีค่าอยู่ระหว่าง .23 ถึง .68 ซึ่งผ่านเกณฑ์ r ≥ .20 ทุกข้อ (ปรับจาก Ebel & Frisbie, 1991)"

การอ้างอิงรูปแบบ APA

วุฒิไกร ป้อมมะรัง. (2569). โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพแบบสอบถาม Academic v2.0 [โปรแกรมคอมพิวเตอร์]. https://statsmartly.com/statistical/question.php

10. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำตอบสำหรับข้อสงสัยที่พบบ่อย

สำหรับ Try-out แนะนำ 30–50 คน สำหรับการวิจัยจริงให้คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างตามแบบแผนการวิจัย ส่วนเกณฑ์ 5–10 เท่าของจำนวนข้อ (Hair et al., 2010) ใช้เมื่อจะวิเคราะห์องค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างที่เล็กเกินไปทำให้ค่าสถิติผันผวนได้มาก
ไม่จำเป็นเสมอไป ค่า Alpha สูงมาก (>0.95) อาจบ่งชี้ว่าข้อซ้ำซ้อนกัน (Redundancy) ไม่ได้เพิ่มข้อมูลใหม่ Streiner (2003) แนะนำช่วง 0.80–0.90 เหมาะสมที่สุด
ผู้ที่ได้คะแนนรวมของข้ออื่นสูงกลับตอบข้อนั้นต่ำ ซึ่งผิดปกติ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือลืม Reverse Scoring ข้อที่ถามในทิศทางลบ หรือข้อมีการเขียนกำกวม
รองรับ Rating Scale 1 ถึง N โดย N อยู่ระหว่าง 2–10 ครอบคลุม Likert Scale ทุกระดับ ไม่รองรับข้อสอบ Dichotomous (0/1)
ให้บวก 1 เข้าทุกค่าก่อน เช่น Scale 0–4 เปลี่ยนเป็น 1–5 จากนั้นเลือก Scale = 5 ในระบบ ค่าสถิติที่ได้จะเหมือนกันทุกประการ
กดปุ่ม "Download ไฟล์ Word (.docx)" ท้ายหน้าผลลัพธ์เพื่อรับรายงานฉบับเต็ม หรือใช้ Ctrl+P เลือก "Save as PDF"
ไม่บันทึกลงฐานข้อมูล ไฟล์ Excel อ่านในเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ เมื่อกดวิเคราะห์ คะแนนจะถูกส่งไปคำนวณและเก็บชั่วคราวใน session บนเซิร์ฟเวอร์ (ไม่ใช่ในเบราว์เซอร์) ข้อมูลถูกลบเมื่อกด "เริ่มการวิเคราะห์ใหม่" หรือเมื่อไม่มีการใช้งานเกิน 60 นาที คุกกี้ session ตั้งค่า HttpOnly และ SameSite และไม่ควรกรอกข้อมูลที่ระบุตัวตนผู้ตอบ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ตรวจสอบข้อที่ค่า r ต่ำกว่าเกณฑ์ (และคอลัมน์ α if deleted) ก่อน แล้วลองตัดออกดูว่า Alpha ดีขึ้นไหม หากยังไม่ผ่านให้: เพิ่มจำนวนข้อ / ปรับปรุงภาษา / เพิ่มกลุ่มตัวอย่าง / ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

11. บรรณานุกรม (References)

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่ใช้ในโปรแกรม

  • Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
  • Crocker, L., & Algina, J. (1986). Introduction to classical and modern test theory. Holt, Rinehart, & Winston.
  • Ebel, R. L., & Frisbie, D. A. (1991). Essentials of educational measurement (5th ed.). Prentice-Hall.
  • Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS statistics (5th ed.). SAGE.
  • George, D., & Mallery, P. (2003). SPSS for Windows step by step (4th ed.). Allyn & Bacon.
  • Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson.
  • Henrysson, S. (1963). Correction of item-total correlations in item analysis. Psychometrika, 28(2), 211–218.
  • Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). McGraw-Hill.
  • Streiner, D. L. (2003). Starting at the beginning: An introduction to coefficient alpha and internal consistency. Journal of Personality Assessment, 80(1), 99–103.

12. ประวัติการปรับปรุงโปรแกรม (Changelog)

ใช้ตรวจสอบย้อนหลังว่าผลวิเคราะห์ได้จากรุ่นใด

สำคัญ : รุ่น 2.0 เปลี่ยนวิธีหาค่าอำนาจจำแนก ผลจากรุ่น 1.0 และ 2.0 จึงไม่ตรงกัน ให้ระบุเลขรุ่นที่ใช้ในการอ้างอิงโปรแกรมทุกครั้ง

รุ่น 2.0 (ตุลาคม 2569)

  • เปลี่ยนวิธีหาค่าอำนาจจำแนก จากเทคนิคกลุ่มสูง–ต่ำ 27% เป็น Corrected Item-Total Correlation (ตรงกับ SPSS) พร้อมแสดง X̄, S.D. และ Alpha if Item Deleted รายข้อ
  • แก้การคัดกรองข้อซ้ำหลายรอบให้เลือกข้อและแสดงเลขข้อเดิมถูกต้อง
  • แก้การส่งข้อมูลชุดใหญ่ (เกิน 1,000 ช่อง) ที่ทำให้ขึ้น "ข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน" และแจ้งตำแหน่งข้อมูลที่ผิดชัดเจน
  • แยกชุดข้อมูลตามรหัส ป้องกันผลปะปนเมื่อเปิดหลายแท็บ
  • กำหนดเพดานขนาดข้อมูล (200 ข้อ, 2,000 คน, 100,000 ช่อง)
  • ความเป็นส่วนตัว : ลบข้อมูลอัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน 60 นาที คุกกี้ HttpOnly/SameSite และปรับข้อความให้ตรงกับการทำงานจริง
  • ตรวจคะแนนต้องเป็นจำนวนเต็ม แก้ข้อความวิชาการ เกณฑ์ และรายการอ้างอิง

รุ่น 1.0

  • รุ่นแรก : Cronbach's Alpha และค่าอำนาจจำแนกแบบกลุ่มสูง–ต่ำ 27%