University

เครื่องมือวิเคราะห์ PNI Modified - Academic Version

ระบบวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นแบบครบถ้วนสำหรับงานวิจัยทางวิชาการ

เวอร์ชัน 2.0 Developed by Dr.Wuthikrai Pommarang
คู่มือการใช้งาน User Manual & Documentation
ระบุจำนวนประเด็นหรือรายการที่ต้องการประเมินความต้องการจำเป็น (1-100)
กรุณากรอกจำนวนรายการระหว่าง 1 ถึง 100
จำนวนผู้เข้าร่วมการประเมิน (อย่างน้อย 3 คน สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติ)
กรุณากรอกจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามระหว่าง 3 ถึง 1000

ข้อมูลวิชาการและหลักการใช้งาน

ทฤษฎีและหลักการ

การวิเคราะห์ PNImodified เป็นเครื่องมือประเมินความต้องการจำเป็นที่พัฒนาโดย สุวิมล ว่องวาณิช (2558) อ้างอิงจากทฤษฎีการประเมินความต้องการจำเป็น (Needs Assessment Theory) ของ Borich (1980) และ Stufflebeam (1977)

สูตรการคำนวณ
PNImodified = (I - D) / D
โดยที่ I = ค่าเฉลี่ยสถานภาพที่ควรจะเป็น, D = ค่าเฉลี่ยสถานภาพที่เป็นจริง
เกณฑ์การแปลผล - ใช้เกณฑ์ของ สุวิมล ว่องวาณิช (2558)
  • สูง PNI > 0.30 (ต้องการพัฒนาเร่งด่วน)
  • ปานกลาง 0.20 < PNI ≤ 0.30 (ควรพัฒนา)
  • ต่ำ 0.10 < PNI ≤ 0.20 (พัฒนาตามความเหมาะสม)
  • ต่ำมาก PNI ≤ 0.10 (คงสถานะปัจจุบัน)
คุณสมบัติเพิ่มเติมในเวอร์ชันวิชาการ
  • การวิเคราะห์ทางสถิติขั้นสูง (Confidence Interval, Outlier Detection)
  • การประเมินคุณภาพข้อมูล (Data Quality Assessment)
  • การตรวจสอบความสม่ำเสมอของข้อมูล
  • รายงานผลการวิเคราะห์ที่ครบถ้วน
  • ระบุข้อจำกัดและข้อสมมติฐานของการวิจัย
ข้อแนะนำสำหรับการใช้งาน
  • ข้อมูลควรมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  • ผู้ตอบควรเข้าใจเกณฑ์การประเมิน 5 ระดับ
  • ควรมีผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 30 คนสำหรับผลที่น่าเชื่อถือ
  • ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของผลลัพธ์

เกณฑ์การให้คะแนนแบบ 5 ระดับ (1–5) ตามแนวทางของ Best (1977)
สถานภาพที่ควรจะเป็น (I : Importance)
5มีความสำคัญ/ความต้องการมากที่สุด
4มีความสำคัญ/ความต้องการมาก
3มีความสำคัญ/ความต้องการปานกลาง
2มีความสำคัญ/ความต้องการน้อย
1มีความสำคัญ/ความต้องการน้อยที่สุด
สถานภาพที่เป็นจริง (D : Degree of Success)
5มีการปฏิบัติ/สถานภาพจริงมากที่สุด
4มีการปฏิบัติ/สถานภาพจริงมาก
3มีการปฏิบัติ/สถานภาพจริงปานกลาง
2มีการปฏิบัติ/สถานภาพจริงน้อย
1มีการปฏิบัติ/สถานภาพจริงน้อยที่สุด