กรอกข้อมูลเพื่อคำนวณ
ค่าตัวอย่างที่นิยมใช้สำหรับงานวิจัยทั่วไป
จำนวนประชากร (N)
1,000
สัดส่วนประชากรสุ่ม (P)
0.5
ความคลาดเคลื่อน (e)
0.05
ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ได้
278 คน
หมายเหตุ
- N ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก
- P อยู่ระหว่าง 0–1 (0.5 = 50%)
- e อยู่ระหว่าง 0–1 (0.05 = 5%)
สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง (Finite Population)
n
=
N · Z² · P(1 – P)
(N – 1) · e² + Z² · P(1 – P)
n= ขนาดกลุ่มตัวอย่าง
N= จำนวนประชากรทั้งหมด
Z= 1.96 (ความเชื่อมั่น 95%)
P= สัดส่วนประชากร (0–1)
e= ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้
Q= 1 – P
อ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ฉบับก่อนหน้าที่อ้างถึงบ่อย: พิมพ์ครั้งที่ 9 (2554) · พิมพ์ครั้งที่ 8 (2553) · พิมพ์ครั้งที่ 7 (2545)
คำแนะนำในการใช้งาน
กรณีไม่ทราบสัดส่วนประชากร แนะนำให้ใช้ค่า P = 0.5 เพื่อให้ได้ขนาดตัวอย่างมากที่สุด
ค่าความคลาดเคลื่อน (e) ที่นิยมใช้คือ 0.05 (5%)
ควรเพิ่มขนาดตัวอย่าง 10–20% เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
ข้อบ่งชี้ในการใช้งาน
เหมาะสำหรับการวิจัยเชิงสำรวจที่ทราบจำนวนประชากรแน่นอน
ใช้เมื่อตัวแปรที่ศึกษาเป็นสัดส่วนหรือร้อยละ
เหมาะกับการศึกษาที่ต้องการความเชื่อมั่น 95%
ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
ต้องทราบขนาดประชากรที่แน่นอน (Finite Population)
ต้องสามารถประมาณค่าสัดส่วนประชากรได้
ระวังการใช้ค่า P ที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ขนาดตัวอย่างคลาดเคลื่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของขนาดประชากรก่อนการคำนวณ
ประเภทงานวิจัยที่เหมาะสม
ด้านการศึกษาและธุรกิจ
หลักการทางสถิติ
คำนวณภายใต้ระดับความเชื่อมั่น 95% (Z = 1.96)
ใช้หลักการ Finite Population Correction