Statistical Research Tool

CVR Icon CVR Analysis

Content Validity Ratio — วิเคราะห์อัตราส่วนความตรงเชิงเนื้อหา (Lawshe, 1975)

1
ตั้งค่า
2
กรอกผลประเมิน
3
ผลการวิเคราะห์
คู่มือการใช้งาน
Step 1 of 3
ตั้งค่าการวิเคราะห์ CVR
1. ข้อมูลพื้นฐาน
ต้องมีอย่างน้อย 5 ท่านเมื่อใช้ค่าวิกฤตทางสถิติ (แนะนำ 8–15 ท่านขึ้นไป)
จำนวนข้อในเครื่องมือวิจัยที่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา
2. รูปแบบรหัสคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ
การคำนวณ CVR นับเฉพาะจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ตอบ "จำเป็น (Essential)" เป็น ne ระดับอื่นไม่นับ (Lawshe, 1975)
3. เกณฑ์ค่าวิกฤตในการตัดสิน
กรอกจำนวนผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูค่าวิกฤต
4. ข้อมูลสำหรับรายงาน Word (ไม่บังคับ)
ข้อมูลส่วนนี้จะแสดงในหัวรายงานและตารางผลรายข้อ
ความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วนความตรงเชิงเนื้อหา (CVR)
หลักการ · สูตรและการตรวจสอบ · กระบวนการ · ค่าวิกฤต · ตัวอย่าง · อ้างอิง
อัตราส่วนความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity Ratio: CVR) เป็นดัชนีเชิงปริมาณที่ Lawshe (1975) เสนอเพื่อประเมิน ความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของข้อคำถามรายข้อ จากความเห็นของคณะผู้เชี่ยวชาญว่าข้อคำถามนั้น "จำเป็น (essential)" ต่อการวัดเนื้อหาหรือโครงสร้างที่ต้องการหรือไม่
แนวคิดพื้นฐาน

Lawshe (1975) เสนอว่า หากผู้เชี่ยวชาญมากกว่าครึ่งหนึ่งเห็นว่าข้อคำถามใด "จำเป็น" ข้อคำถามนั้นย่อมมีความตรงเชิงเนื้อหาในระดับหนึ่ง และยิ่งผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องมากเท่าใด ความตรงเชิงเนื้อหาก็ยิ่งสูงขึ้น จึงกำหนดอัตราส่วนที่ให้ค่าเป็นศูนย์เมื่อเห็นพ้องเพียงครึ่งหนึ่ง และพิจารณาว่าความเห็นพ้องนั้นมากกว่าที่เกิดจากความบังเอิญ (chance) อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่โดยใช้ค่าวิกฤต

ความแตกต่างจาก IOC และ CVI
CVR (Lawshe, 1975)
ประเมิน "ความจำเป็น" 3 ระดับ ตัดสินด้วยค่าวิกฤตที่ขึ้นกับจำนวนผู้เชี่ยวชาญ
IOC (Rovinelli & Hambleton, 1977)
ประเมิน "ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์" +1/0/−1 เกณฑ์ ≥ .50
I-CVI (Lynn, 1986)
สัดส่วนผู้เชี่ยวชาญที่ให้คะแนนความเกี่ยวข้อง 3–4 จากมาตร 4 ระดับ
CVI ของ Lawshe
ค่าเฉลี่ย CVR ของข้อคำถามที่คงไว้ ใช้รายงานความตรงของเครื่องมือทั้งฉบับ
เหมาะกับงานแบบใด
  • การพัฒนาแบบวัด/มาตรวัด (Scale Development) และแบบทดสอบที่ต้องคัดเลือกข้อจากคลังข้อคำถาม
  • งานวิจัยด้านการพยาบาล สาธารณสุข จิตวิทยา การศึกษา และการวัดสมรรถนะในงาน
  • กรณีมีคณะผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ 5 ท่านขึ้นไป (นิยม 8–15 ท่าน)
  • ไม่ใช่ตัวแทนของความเที่ยง (Reliability) หรือความตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity) ซึ่งต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
สูตร CVR วัดว่าสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญที่ตอบ "จำเป็น" ห่างจากครึ่งหนึ่งมากน้อยเพียงใด โดยปรับให้อยู่ในช่วง −1 ถึง +1
Content Validity Ratio (Lawshe, 1975)
CVR = ne − N/2N/2
ne = จำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ตอบ "จำเป็น"
N = จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
การตรวจสอบความถูกต้องของสูตร
กรณีneCVRความหมาย
ทุกท่านตอบ "จำเป็น"N+1.00เห็นพ้องสูงสุด (ตาราง Lawshe ใช้ .99)
มากกว่าครึ่ง> N/20 < CVR < 1เห็นว่าจำเป็นเกินครึ่ง ต้องเทียบค่าวิกฤต
พอดีครึ่งหนึ่งN/20.00ไม่ต่างจากความบังเอิญ
น้อยกว่าครึ่ง< N/2< 0ส่วนใหญ่เห็นว่าไม่จำเป็น
ไม่มีใครตอบ "จำเป็น"0−1.00ไม่จำเป็นโดยสิ้นเชิง

สูตรสามารถจัดรูปใหม่เป็น CVR = (2ne / N) − 1 ซึ่งเป็นฟังก์ชันเชิงเส้นของสัดส่วน ne/N จึงตีความได้ตรงไปตรงมา และใช้แปลงเกณฑ์ CVR วิกฤตกลับเป็นจำนวน ne ขั้นต่ำได้: ne,crit = ⌈N(CVRcrit + 1)/2⌉

ฐานทางสถิติของค่าวิกฤต

ภายใต้สมมติฐานว่าง (H₀) ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านตอบ "จำเป็น" ด้วยความน่าจะเป็น 0.50 อย่างเป็นอิสระต่อกัน ดังนั้น ne ~ Binomial(N, 0.5) ค่าวิกฤตคือ ne ที่น้อยที่สุดซึ่ง P(X ≥ ne) ≤ α (ทดสอบหางเดียว) โปรแกรมนี้คำนวณค่าดังกล่าวแบบแม่นตรง ตามแนวทางของ Ayre และ Scally (2014) และรายงานค่า p ของแต่ละข้อ = P(X ≥ ne ที่สังเกตได้)

ดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาทั้งฉบับ (CVI)

Lawshe (1975) นิยาม CVI = ค่าเฉลี่ยของ CVR ของข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์และคงไว้ในเครื่องมือฉบับสุดท้าย โปรแกรมรายงานทั้ง CVI และค่าเฉลี่ย CVR ของข้อคำถามทั้งหมด (ก่อนคัดเลือก) เพื่อความโปร่งใส

กระบวนการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วย CVR ตามหลักวิชาการ (Lawshe, 1975; Ayre & Scally, 2014)
1
นิยามขอบเขตเนื้อหาและโครงสร้าง
กำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร องค์ประกอบ และตัวบ่งชี้ให้ชัดเจน แล้วสร้างข้อคำถามให้ครอบคลุม
2
คัดเลือกคณะผู้เชี่ยวชาญ (SMEs)
ผู้มีความรู้/ประสบการณ์ตรงในเนื้อหานั้น อย่างน้อย 5 ท่าน (นิยม 8–15 ท่าน) ระบุคุณสมบัติในรายงาน
3
จัดทำแบบประเมินความจำเป็น
แนบนิยามศัพท์ ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินแต่ละข้อเป็น "จำเป็น / มีประโยชน์แต่ไม่จำเป็น / ไม่จำเป็น" พร้อมช่องข้อเสนอแนะ
4
รวบรวมผลและนับ ne
นับจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ตอบ "จำเป็น" (ne) ของแต่ละข้อ
5
คำนวณ CVR รายข้อ
CVR = (ne − N/2)/(N/2)
6
เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต
ใช้ค่าวิกฤตตามจำนวน N และระดับนัยสำคัญที่กำหนด (แนะนำ exact binomial, α = .05)
7
คัดเลือก/ปรับปรุงข้อคำถาม
คงไว้เฉพาะข้อที่ผ่านเกณฑ์ ข้ออื่นตัดออกหรือปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ แล้วอาจส่งประเมินซ้ำ
8
คำนวณ CVI และรายงานผล
รายงาน N, เกณฑ์และแหล่งอ้างอิง, ตาราง CVR รายข้อ, จำนวนข้อที่คงไว้ และ CVI ของเครื่องมือ
ค่าวิกฤตของ CVR ขึ้นกับจำนวนผู้เชี่ยวชาญ ยิ่ง N มาก ค่าวิกฤตยิ่งต่ำลง ตารางด้านล่างคำนวณแบบแม่นตรงโดยโปรแกรมนี้ เทียบกับตารางต้นฉบับของ Lawshe (1975)
Nne วิกฤต
(α = .05)
CVR วิกฤต
(α = .05)
ne วิกฤต
(α = .01)
CVR วิกฤต
(α = .01)
Lawshe (1975)
p = .05
551.000 —— 0.99
661.000 —— 0.99
771.000 71.000 0.99
870.750 81.000 0.75
980.778 91.000 0.78
1090.800 101.000 0.62
1190.636 100.818 0.59
12100.667 110.833 0.56
13100.538 120.846 0.54
14110.571 120.714 0.51
15120.600 130.733 0.49
16120.500 140.750
17130.529 140.647
18130.444 150.667
19140.474 150.579
20150.500 160.600 0.42
21150.429 170.619
22160.455 170.545
23160.391 180.565
24170.417 190.583
25180.440 190.520 0.37
26180.385 200.538
27190.407 200.481
28190.357 210.500
29200.379 220.517
30200.333 220.467 0.33
31210.355 230.484
32220.375 240.500
33220.333 240.455
34230.353 250.471
35230.314 250.429 0.31
36240.333 260.444
37240.297 270.459
38250.316 270.421
39260.333 280.436
40260.300 280.400 0.29

ตัวเลขสีแดง = ค่าที่ต่างจากค่าวิกฤตแบบแม่นตรง · "—" = ไม่สามารถมีนัยสำคัญที่ระดับนั้นได้ · Wilson, Pan และ Schumsky (2012) และ Ayre และ Scally (2014) รายงานว่าตารางต้นฉบับมีความคลาดเคลื่อนในบางค่า โดย Wilson et al. (2012) ชี้ว่าค่าในตารางสอดคล้องกับการทดสอบสองทาง แม้ต้นฉบับจะระบุว่าเป็นหางเดียว จึงแนะนำให้ใช้ค่าที่คำนวณใหม่

ผู้เชี่ยวชาญ 8 ท่าน ประเมินข้อคำถาม 4 ข้อ · เกณฑ์ exact binomial α = .05 → ne ≥ 7, CVR วิกฤต = .750
ข้อจำเป็นมีประโยชน์ฯไม่จำเป็นCVRpผล
1800 (8−4)/4 = 1.00.004 คงไว้
2710 (7−4)/4 = 0.75.035 คงไว้
3620 (6−4)/4 = 0.50.145 ปรับปรุง
4332 (3−4)/4 = -0.25.855 ตัดออก
CVI = เฉลี่ย CVR ข้อ 1 และ 2(1.00 + 0.75)/2 = 0.88

ข้อ 3 แม้ผู้เชี่ยวชาญ 6 ใน 8 ท่าน (75%) เห็นว่าจำเป็น แต่ค่า p = .145 > .05 จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าความเห็นพ้องมากกว่าความบังเอิญ ผู้วิจัยควรปรับปรุงตามข้อเสนอแนะแล้วประเมินซ้ำ

เอกสารอ้างอิงหลักที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรม (รูปแบบ APA 7th)
Lawshe, C. H. (1975). A quantitative approach to content validity. Personnel Psychology, 28(4), 563–575. https://doi.org/10.1111/j.1744-6570.1975.tb01393.x
งานอ้างอิงหลัก — ผู้พัฒนา CVR
Ayre, C., & Scally, A. J. (2014). Critical values for Lawshe's content validity ratio: Revisiting the original methods of calculation. Measurement and Evaluation in Counseling and Development, 47(1), 79–86. https://doi.org/10.1177/0748175613513808
ค่าวิกฤตแบบแม่นตรง ที่โปรแกรมใช้
Wilson, F. R., Pan, W., & Schumsky, D. A. (2012). Recalculation of the critical values for Lawshe's content validity ratio. Measurement and Evaluation in Counseling and Development, 45(3), 197–210. https://doi.org/10.1177/0748175612440286
Lynn, M. R. (1986). Determination and quantification of content validity. Nursing Research, 35(6), 382–385.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2006). The content validity index: Are you sure you know what's being reported? Critique and recommendations. Research in Nursing & Health, 29(5), 489–497. https://doi.org/10.1002/nur.20147