แบบทดสอบแบบอัตนัย (Subjective Test) คืออะไร?
แบบทดสอบแบบอัตนัย (Subjective Test หรือ Essay Test) เป็นแบบทดสอบที่ให้ผู้สอบ
แสดงความรู้ ความคิด และการใช้เหตุผลอย่างเต็มที่
ต่างจากแบบทดสอบปรนัยที่ผู้สอบเลือกตอบจากตัวเลือก
แต่ละข้อสามารถมีคะแนนเต็มต่างกันและได้รับคะแนนแบบต่อเนื่องตามเกณฑ์การตรวจ
หลักสำคัญ : การวิเคราะห์คุณภาพแบบอัตนัยต้องปรับสูตรให้รองรับ
คะแนนหลายระดับ (polytomous) และคะแนนเต็มที่ต่างกันในแต่ละข้อ
โดยใช้การหาร Max_j ในสูตร เพื่อให้ค่า p และ r อยู่ในสเกลเดียวกัน
1
คะแนนต่อเนื่อง
ผู้สอบได้คะแนน 0 ถึงคะแนนเต็มของแต่ละข้อ ไม่ใช่แค่ถูก/ผิด
2
คะแนนเต็มต่างกันได้
ข้อที่ยากหรือต้องการเน้นสามารถมีคะแนนเต็มมากกว่าข้ออื่นได้
3
วิเคราะห์ p และ r
ต้องวิเคราะห์ทั้งความยาก (p) และอำนาจจำแนก (r) เหมือนแบบปรนัย
4
ความเชื่อมั่น Alpha
ใช้ Cronbach's Alpha (ไม่ใช่ KR-20) เพราะคะแนนไม่ใช่ 0/1
กระบวนการวิเคราะห์คุณภาพแบบทดสอบแบบอัตนัย
1
คำนวณคะแนนรวม
รวมคะแนนทุกข้อของผู้สอบแต่ละคน (คะแนนต้นฉบับ)
2
เรียงและแบ่ง 27%
เรียงจากมากไปน้อย แบ่งกลุ่มสูง 27% และกลุ่มต่ำ 27%
3
คำนวณ p รายข้อ
p = (ΣX_H + ΣX_L) / (2 × n₂₇ × Max_j)
4
คำนวณ r รายข้อ
r = (ΣX_H − ΣX_L) / (n₂₇ × Max_j)
5
ตัดสินคุณภาพ
p ∈ [0.20,0.80] AND r ≥ 0.20 → ผ่านคุณภาพ
6
Cronbach's Alpha
คำนวณความเชื่อมั่นจากข้อที่ผ่านเกณฑ์
ทำไมต้องหาร Max_j : เพราะข้อสอบแต่ละข้ออาจมีคะแนนเต็มต่างกัน
การหาร Max_j ทำให้ค่า p และ r อยู่ในช่วง [0,1] เหมือนกันทุกข้อ
สามารถเปรียบเทียบและแปลผลได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน
ค่าความยาก (Difficulty Index; p) — แบบอัตนัย
ค่าความยากของข้อสอบแบบอัตนัยวัดจากสัดส่วนคะแนนเฉลี่ยที่กลุ่มสูงและกลุ่มต่ำได้รับ
เทียบกับคะแนนเต็มของข้อนั้น
สูตรความยาก (p) แบบอัตนัย
p_j = (ΣX_H + ΣX_L) / (2 × n₂₇ × Max_j)
ΣX_H = ผลรวมคะแนนข้อที่ j ของกลุ่มสูง 27%
ΣX_L = ผลรวมคะแนนข้อที่ j ของกลุ่มต่ำ 27%
n₂₇ = จำนวนผู้สอบในแต่ละกลุ่ม (27% ของทั้งหมด)
Max_j = คะแนนเต็มของข้อที่ j
เกณฑ์การแปลผลค่าความยาก (p)
ข้อที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพด้านความยาก : 0.20 ≤ p ≤ 0.80
ข้อที่ง่ายหรือยากเกินไปอาจไม่สามารถแยกแยะผู้เรียนระดับต่างๆ ได้
อ้างอิง: พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2557); Ebel & Frisbie (1991)
ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination Index; r) — แบบอัตนัย
สูตรอำนาจจำแนก (r) แบบอัตนัย
r_j = (ΣX_H − ΣX_L) / (n₂₇ × Max_j)
ΣX_H = ผลรวมคะแนนข้อที่ j ของกลุ่มสูง 27%
ΣX_L = ผลรวมคะแนนข้อที่ j ของกลุ่มต่ำ 27%
n₂₇ = จำนวนผู้สอบในแต่ละกลุ่ม (27% ของทั้งหมด)
Max_j = คะแนนเต็มของข้อที่ j
เกณฑ์การแปลผลค่าอำนาจจำแนก (r)
ข้อสอบที่มี r ≥ 0.20 ถือว่า ผ่านเกณฑ์ด้านอำนาจจำแนก
ทั้งนี้ต้องผ่านเกณฑ์ความยาก (0.20 ≤ p ≤ 0.80) ด้วยจึงจะถือว่าผ่านคุณภาพ
อ้างอิง: Whitney & Sabers (1970); พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2557)
ความเชื่อมั่น — Cronbach's Alpha (α)
สำหรับแบบทดสอบแบบอัตนัย ใช้ Cronbach's Alpha (α)
แทน KR-20 เนื่องจากคะแนนมีหลายระดับ (polytomous) ไม่ใช่แค่ 0/1
สูตรนี้วัดความสอดคล้องภายในของข้อสอบที่ใช้
สูตร Cronbach's Alpha
α = K/(K−1) × [1 − Σσ²_i / σ²_รวม]
K = จำนวนข้อสอบที่เลือก
σ²_i = ความแปรปรวนของคะแนนข้อที่ i (Population Variance)
σ²_รวม = ความแปรปรวนของคะแนนรวม (จากข้อที่เลือก)
(Cronbach, 1951; พิชิต ฤทธิ์จรูญ, 2557)
เกณฑ์การแปลผลค่า Cronbach's Alpha
ขอบเขตของโปรแกรม (Scope) :
โปรแกรมนี้วิเคราะห์ ความเชื่อมั่นภายใน (Internal Consistency)
เหมาะสำหรับกรณีผู้ตรวจ 1 คน
หากมีผู้ตรวจหลายคน ควรตรวจสอบ Inter-rater Reliability
ด้วย ICC (Intraclass Correlation) หรือ Cohen's Kappa เพิ่มเติม
อ้างอิง: Shrout & Fleiss (1979); Cicchetti (1994)
KR-20 vs Cronbach's Alpha :
KR-20 ใช้เฉพาะข้อสอบที่มีคะแนน 0/1 เท่านั้น
ส่วน Cronbach's Alpha ใช้ได้กับทุกประเภท รวมทั้งอัตนัยที่มีคะแนนต่อเนื่อง
ในความเป็นจริง KR-20 เป็นกรณีพิเศษของ Cronbach's Alpha