1 บทนำ
1.1 วัตถุประสงค์ของโปรแกรม
โปรแกรมนี้เป็นเครื่องมือออนไลน์สำหรับวิเคราะห์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient, r) เพื่อหาขนาดและทิศทางของความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างตัวแปรเชิงปริมาณ 2 ตัว พร้อมทดสอบนัยสำคัญทางสถิติ ตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้น และสร้างข้อความสรุปผลตามรูปแบบ APA 7th Edition ให้นำไปใช้ในรายงานวิจัยได้ทันที
1.2 กลุ่มผู้ใช้
- นักศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก ที่ทำวิทยานิพนธ์ การค้นคว้าอิสระ หรือรายงานวิจัย
- อาจารย์ นักวิจัย และครูที่ทำวิจัยในชั้นเรียน
- บุคลากรที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อการตัดสินใจ
1.3 ความสามารถหลักของระบบ
นำเข้าข้อมูล 3 วิธี
กรอกเอง · คัดลอกและวางจาก Excel/CSV · อัพโหลดไฟล์ .xlsx .xls .csv (3–1,000 คู่)
สถิติหลัก
r, R², t, df, ค่าวิกฤต, p-value แบบ exact และช่วงความเชื่อมั่น 95% (Fisher's z)
ตรวจสอบข้อตกลง
Linearity · Normality · Homoscedasticity · Independence · Outliers
อำนาจการทดสอบ
Observed power และขนาดตัวอย่างที่แนะนำเพื่อให้ได้ power ≥ 80%
กราฟ
แผนภาพการกระจาย (Scatter Plot) พร้อมเส้นแนวโน้ม (Best-fit line)
รายงาน APA
ข้อความสรุปผลภาษาไทยตาม APA 7 คัดลอกได้ · พิมพ์ · ส่งออก CSV
1.4 ความต้องการของระบบ
- เว็บเบราว์เซอร์รุ่นปัจจุบัน เช่น Google Chrome, Microsoft Edge, Mozilla Firefox หรือ Safari ที่เปิดใช้งาน JavaScript
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ระบบโหลดฟอนต์ ไอคอน ไลบรารีกราฟ Chart.js และไลบรารีอ่านไฟล์ Excel SheetJS จากเครือข่าย CDN)
- ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน แต่แนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์เมื่อต้องกรอกหรือวางข้อมูลจำนวนมาก
- ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมและไม่ต้องสมัครสมาชิก
2 ความรู้พื้นฐานทางสถิติก่อนใช้งาน
2.1 สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันคืออะไร
สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน พัฒนาโดย Karl Pearson (1895) เป็นดัชนีที่บอก ขนาด และ ทิศทาง ของความสัมพันธ์ เชิงเส้นตรง ระหว่างตัวแปร 2 ตัวที่วัดในมาตรอันตรภาค (Interval) หรืออัตราส่วน (Ratio) โดยคำนวณจากข้อมูลที่เก็บเป็น คู่ จากหน่วยตัวอย่างเดียวกัน เช่น ชั่วโมงอ่านหนังสือและคะแนนสอบของนักเรียนคนเดียวกัน
2.2 สูตรที่ระบบใช้
โดยที่ n คือจำนวนคู่ข้อมูล, x̄ และ ȳ คือค่าเฉลี่ยของ X และ Y, ρ (rho) คือค่าสหสัมพันธ์ในประชากร
2.3 ความหมายของค่า r
| ลักษณะของค่า r | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ค่าอยู่ระหว่าง −1.00 ถึง +1.00 | ยิ่งค่าสัมบูรณ์ |r| เข้าใกล้ 1 ความสัมพันธ์เชิงเส้นยิ่งสูง | |r| = 0.85 สูงกว่า |r| = 0.40 |
| r > 0 (บวก) | ตัวแปรเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน | อ่านหนังสือมากขึ้น → คะแนนสูงขึ้น |
| r < 0 (ลบ) | ตัวแปรเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้าม | ขาดเรียนมากขึ้น → คะแนนลดลง |
| r ≈ 0 | ไม่มีความสัมพันธ์ เชิงเส้น (แต่อาจมีความสัมพันธ์แบบเส้นโค้งได้) | ความเครียดกับผลงานแบบรูปตัว U กลับหัว |
| r = ±1 | ความสัมพันธ์เชิงเส้นสมบูรณ์ จุดทุกจุดอยู่บนเส้นตรงเดียวกัน | อุณหภูมิ °C กับ °F |
ค่า r ที่สูงและมีนัยสำคัญบอกเพียงว่าตัวแปรทั้งสอง “แปรผันร่วมกัน” ไม่ได้พิสูจน์ว่า X เป็นสาเหตุของ Y ความสัมพันธ์อาจเกิดจากตัวแปรที่สาม (Confounding variable) หรือทิศทางกลับกันก็ได้ การสรุปเชิงสาเหตุต้องอาศัยแบบแผนการวิจัยเชิงทดลองหรือทฤษฎีรองรับ
2.4 ข้อตกลงเบื้องต้น (Assumptions)
- ระดับการวัด — ตัวแปรทั้งสองวัดในมาตรอันตรภาคหรืออัตราส่วน
- ข้อมูลเป็นคู่ — แต่ละคู่ (xᵢ, yᵢ) มาจากหน่วยตัวอย่างเดียวกัน
- ความเป็นเชิงเส้น (Linearity) — ความสัมพันธ์มีลักษณะเป็นเส้นตรง
- การแจกแจงปกติ (Normality) — ตัวแปรมีการแจกแจงใกล้เคียงปกติ (จำเป็นต่อการทดสอบนัยสำคัญและช่วงความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเมื่อตัวอย่างเล็ก)
- ความแปรปรวนคงที่ (Homoscedasticity) — การกระจายของ Y ใกล้เคียงกันในทุกช่วงของ X
- ความเป็นอิสระ (Independence) — แต่ละคู่ข้อมูลเป็นอิสระต่อกัน
- ไม่มีค่าผิดปกติรุนแรง (No severe outliers) — Pearson r ไวต่อค่าผิดปกติมาก
ระบบตรวจสอบข้อ 3–7 ให้อัตโนมัติ (ดูหัวข้อ 7.7) ส่วนข้อ 1–2 ผู้ใช้ต้องพิจารณาจากแบบแผนการวิจัยเอง
2.5 เมื่อใดไม่ควรใช้ Pearson และควรใช้สถิติใดแทน
| สถานการณ์ | สถิติที่เหมาะสมกว่า |
|---|---|
| ข้อมูลระดับเรียงอันดับ (Ordinal) หรือข้อมูลไม่เป็นปกติอย่างรุนแรง | Spearman's rho (rs) หรือ Kendall's tau (τ) |
| ความสัมพันธ์แบบเส้นโค้งแต่เพิ่ม/ลดทางเดียว (Monotonic) | Spearman's rho |
| ตัวแปรหนึ่งเป็นแบบสองค่า (เช่น เพศ ผ่าน/ไม่ผ่าน) | Point-biserial correlation |
| ตัวแปรทั้งสองเป็นตัวแปรจัดประเภท (Nominal) | Chi-square, Phi, Cramér's V |
| ต้องการควบคุมตัวแปรที่สาม | Partial correlation |
| ต้องการพยากรณ์ค่า Y จาก X | Linear regression |
2.6 สมมติฐานทางสถิติที่ระบบทดสอบ
ผู้ใช้กำหนด α และ ทิศทางของสมมติฐานทางเลือก ได้ในกล่อง ตัวเลือกการทดสอบสมมติฐาน ก่อนกดวิเคราะห์ ค่าเริ่มต้นคือ α = .05 แบบสองทาง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐาน การทดสอบทางเดียวเหมาะเมื่อมีทฤษฎีหรืองานวิจัยรองรับทิศทางของความสัมพันธ์อย่างชัดเจน และต้องกำหนดไว้ ก่อน เห็นข้อมูล การเปลี่ยนเป็นทางเดียวหลังเห็นผลเพื่อให้ได้นัยสำคัญถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมทางวิชาการ
เกณฑ์ตัดสินใจ: ถ้า p < α (หรือ t เกินค่าวิกฤตในทิศทางของ H₁) ให้ ปฏิเสธ H₀ สรุปว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ถ้า p ≥ α ให้ ไม่ปฏิเสธ H₀ ซึ่ง ไม่ได้ หมายความว่าพิสูจน์แล้วว่าไม่มีความสัมพันธ์ แต่หมายถึงหลักฐานยังไม่เพียงพอ
3 ส่วนประกอบของหน้าจอ
3.1 หน้ากรอกข้อมูล (หน้าหลัก)
3.2 หน้าผลการวิเคราะห์
หลังกด เริ่มการวิเคราะห์ ระบบจะแสดงผลเรียงลำดับดังนี้
- แผงค่า r หลัก พร้อม n, df, ระดับความสัมพันธ์ และขนาดอิทธิพล รวมถึง R², t, ค่าวิกฤต และ p-value
- แถบสรุปผลการทดสอบสมมติฐาน (มี/ไม่มีนัยสำคัญ)
- ช่วงความเชื่อมั่น 95%
- การวิเคราะห์ยืนยันผลด้วย Spearman's rho (Robustness Check)
- แผนภาพการกระจาย (Scatter Plot)
- สถิติเชิงพรรณนาของ X และ Y
- การตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้น 6 รายการ
- อำนาจการทดสอบ (Power Analysis)
- ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
- สรุปผลสำหรับรายงานวิจัย (APA 7th Ed.)
- ตารางมาตรฐานการแปลผล
- ปุ่ม วิเคราะห์ใหม่ พิมพ์ผลลัพธ์ Export CSV
ปุ่ม คู่มือการใช้งาน จะเปิดคู่มือใน แท็บใหม่ เสมอ ข้อมูลที่กรอกค้างไว้ในหน้าหลักจึงไม่สูญหาย สามารถสลับแท็บไปมาระหว่างอ่านคู่มือกับใช้งานได้
4 เริ่มต้นใช้งานอย่างรวดเร็ว (Quick Start)
- ตั้งชื่อตัวแปร — พิมพ์ชื่อในช่อง ตัวแปร X (ตัวแปรอิสระ) และ ตัวแปร Y (ตัวแปรตาม) เช่น “ชั่วโมงอ่านหนังสือ” และ “คะแนนสอบ”
- กำหนดตัวเลือกการทดสอบ (ถ้าต้องการ) — เลือก α, ทิศทางของ H₁ และระบุว่าข้อมูลเรียงตามลำดับเวลาหรือไม่ (ค่าเริ่มต้น α = .05 สองทาง)
- เลือกวิธีนำเข้าข้อมูล — คลิกแท็บ 1 กรอกข้อมูลเอง, 2 คัดลอก & วาง หรือ 3 อัพโหลด Excel
- ใส่ข้อมูลเป็นคู่ — อย่างน้อย 3 คู่ ไม่เกิน 1,000 คู่ (แนะนำ 30 คู่ขึ้นไป)
- กด เริ่มการวิเคราะห์ — รอสักครู่ ระบบจะแสดงหน้าผลลัพธ์
- อ่านผลและตรวจข้อตกลงเบื้องต้น — ดูค่า r, p, 95% CI และผลตรวจสอบข้อตกลง แล้วคัดลอกข้อความ APA ไปใช้ในรายงาน
ระบบจะใช้ข้อมูลจาก แท็บวิธีนำเข้าที่กำลังเปิดอยู่ ในขณะที่กดปุ่มเริ่มการวิเคราะห์เท่านั้น เช่น หากนำเข้าไฟล์ Excel แล้วสลับไปแท็บ “กรอกข้อมูลเอง” ก่อนกดวิเคราะห์ ระบบจะใช้ข้อมูลในตารางกรอกเองแทน
5 การเตรียมข้อมูลก่อนวิเคราะห์
5.1 โครงสร้างข้อมูลที่ถูกต้อง
ข้อมูลต้องจัดเป็น 2 คอลัมน์ โดย 1 แถว = 1 หน่วยตัวอย่าง (เช่น นักเรียน 1 คน) คอลัมน์แรกเป็นค่า X และคอลัมน์ที่สองเป็นค่า Y
| ลำดับ | ชั่วโมงอ่านหนังสือ (X) | คะแนนสอบ (Y) |
|---|---|---|
| 1 | 5 | 62 |
| 2 | 8 | 70 |
| 3 | 3 | 55 |
| … | … | … |
5.2 รายการตรวจสอบก่อนนำเข้า (Checklist)
- ข้อมูลทุกค่าเป็น ตัวเลข ใช้ จุด (.) เป็นจุดทศนิยม และ ไม่ใส่เครื่องหมายคั่นหลักพัน (พิมพ์ 12500 ไม่ใช่ 12,500)
- ไม่มีหน่วยหรือสัญลักษณ์ปนในช่องข้อมูล เช่น “25 ปี”, “฿300”, “80%”
- จำนวนค่า X และ Y เท่ากัน และเรียงคู่ตรงกัน
- จัดการ ข้อมูลสูญหาย (Missing data) แล้ว — หากหน่วยตัวอย่างใดขาดค่า X หรือ Y ให้ตัดทั้งคู่ออก (Listwise deletion) ห้ามใส่ 0 แทนค่าที่หายไป เพราะ 0 เป็นค่าข้อมูลจริงและจะทำให้ผลคลาดเคลื่อน
- ตัวแปรแต่ละตัวต้อง มีความแปรปรวน (ค่าไม่ซ้ำกันทั้งหมด) มิฉะนั้นคำนวณ r ไม่ได้
- ตรวจสอบค่าที่พิมพ์ผิด (เช่น อายุ 250 ปี) ก่อนวิเคราะห์
5.3 ขนาดตัวอย่างที่เหมาะสม
| จำนวนคู่ (n) | ผลต่อการวิเคราะห์ในระบบ |
|---|---|
| 3 | ขั้นต่ำที่ระบบยอมรับ คำนวณ r, t, p ได้ แต่ไม่แสดงช่วงความเชื่อมั่น (ต้องการ n > 3) |
| 4–7 | คำนวณ 95% CI ได้ · ตรวจการแจกแจงแบบคัดกรองด้วย Skewness/Kurtosis · ตรวจ Linearity ได้เมื่อ n ≥ 6 |
| 8–29 | ทดสอบ Normality ด้วย D'Agostino-Pearson K² · ตรวจ Homoscedasticity เมื่อ n ≥ 9 · ตรวจ Independence เมื่อ n ≥ 10 · ระบบเตือน “ขนาดตัวอย่างเล็ก” |
| ≥ 30 | ทดสอบ Normality ด้วย Jarque-Bera · ผลมีเสถียรภาพมากขึ้น (แนะนำ) |
| 1,000 | จำนวนสูงสุดที่ระบบรองรับต่อการวิเคราะห์หนึ่งครั้ง |
ตามแนวทางของ Cohen (1988) ที่ α = .05 (สองทาง) และ power = .80 ต้องการตัวอย่างประมาณ n ≈ 783 สำหรับขนาดอิทธิพลเล็ก (ρ = .10), n ≈ 85 สำหรับขนาดกลาง (ρ = .30) และ n ≈ 28 สำหรับขนาดใหญ่ (ρ = .50) ควรคำนวณขนาดตัวอย่างก่อนเก็บข้อมูลจริงเสมอ
6 การนำเข้าข้อมูล 3 วิธี
6.0 การตั้งชื่อตัวแปร (จำเป็นทุกวิธี)
- ตัวแปร X (อิสระ / Independent) และ ตัวแปร Y (ตาม / Dependent) ต้องระบุทั้งคู่ ยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร
- ชื่อที่ตั้งจะปรากฏในกราฟ ตารางสถิติ ข้อความ APA และไฟล์ CSV จึงควรใช้ชื่อที่สื่อความหมาย เช่น “ความพึงพอใจในงาน” แทน “ตัวแปร1”
- สำหรับ Pearson r การกำหนดว่าตัวใดเป็น X หรือ Y ไม่ทำให้ค่า r เปลี่ยน (rXY = rYX) แต่มีผลต่อแกนของกราฟและการเขียนรายงาน
6.1 วิธีที่ 1 — กรอกข้อมูลเอง (เหมาะกับข้อมูลไม่เกินประมาณ 30 คู่)
- คลิกแท็บ 1 กรอกข้อมูลเอง (เป็นค่าเริ่มต้น) ระบบแสดงตาราง 6 แถว
- พิมพ์ค่า X และ Y ในแต่ละแถว กด Tab เพื่อเลื่อนไปยังช่องถัดไป
- คลิก เพิ่มแถว เพื่อเพิ่มแถวใหม่ทีละแถว
- คลิกปุ่ม ท้ายแถวเพื่อลบแถวนั้น (ตารางต้องเหลืออย่างน้อย 3 แถว)
- คลิก ล้างข้อมูล เพื่อล้างค่าในตารางและชื่อตัวแปรทั้งหมด (ระบบจะถามยืนยันก่อน)
แถวที่ ว่างทั้ง X และ Y จะถูกข้ามโดยอัตโนมัติ แต่ถ้ากรอกเพียงค่าใดค่าหนึ่ง ระบบจะแจ้งเลขแถวที่กรอกไม่ครบคู่ให้แก้ไขก่อน
6.2 วิธีที่ 2 — คัดลอกและวาง (เหมาะกับข้อมูลใน Excel, Google Sheets, SPSS หรือไฟล์ข้อความ)
- ในโปรแกรมตารางคำนวณ เลือกข้อมูล 2 คอลัมน์ติดกัน (X ซ้าย, Y ขวา) โดย ไม่ต้องเลือกแถวหัวตาราง แล้วกด Ctrl+C (Mac: ⌘+C)
- คลิกแท็บ 2 คัดลอก & วาง แล้วคลิกในกล่องข้อความ กด Ctrl+V
- คลิก ประมวลผลข้อมูล ระบบจะแสดงจำนวนคู่ที่อ่านได้และตารางตัวอย่าง
- ตรวจสอบตารางตัวอย่าง แล้วกด เริ่มการวิเคราะห์
| ตัวคั่นที่รองรับ | ตัวอย่าง 1 แถว | ลำดับการตรวจจับ |
|---|---|---|
| Tab (คัดลอกจาก Excel/Sheets) | 10⇥15 | 1 |
| Semicolon ( ; ) | 10;15 | 2 |
| Comma ( , ) แบบ CSV | 10,15 | 3 |
| Space (เว้นวรรค 1 ช่องขึ้นไป) | 10 15 | 4 |
- ระบบอ่านเฉพาะ 2 ค่าแรก ของแต่ละแถวเป็น X และ Y ค่าที่เกินมาจะไม่ถูกใช้
- แถวที่มีค่าไม่ใช่ตัวเลข (เช่น แถวหัวตาราง) หรือมีไม่ครบ 2 คอลัมน์จะถูก ข้าม และแจ้งจำนวนแถวที่ข้าม
- หากใช้เครื่องหมายจุลภาคเป็นตัวคั่นคอลัมน์ ห้ามใช้จุลภาคเป็นทศนิยมหรือคั่นหลักพันในแถวเดียวกัน
- คลิก ล้าง หรือ เปลี่ยนข้อมูล เพื่อเริ่มวางใหม่
หากแก้ไขข้อความในกล่องหลังจากกด “ประมวลผลข้อมูล” แล้ว ต้องกด “ประมวลผลข้อมูล” อีกครั้ง ก่อนวิเคราะห์ เพื่อให้ระบบใช้ข้อมูลชุดล่าสุด (ถ้ายังไม่เคยกดเลย ระบบจะประมวลผลให้อัตโนมัติเมื่อกดเริ่มการวิเคราะห์)
6.3 วิธีที่ 3 — อัพโหลดไฟล์ Excel/CSV (เหมาะกับข้อมูลจำนวนมาก)
- คลิกแท็บ 3 อัพโหลด Excel
- คลิกกรอบอัพโหลดเพื่อเลือกไฟล์ หรือ ลากไฟล์มาวาง ในกรอบ — รองรับ .xlsx .xls .csv ขนาดไม่เกิน 10 MB
- หากไฟล์มีหลาย Sheet ให้คลิกเลือก Sheet ที่ต้องการ (ค่าเริ่มต้นคือ Sheet แรก)
- เลือก คอลัมน์ X (อิสระ) และ คอลัมน์ Y (ตาม) จากรายการ (ค่าเริ่มต้นคือคอลัมน์ A และ B)
- ทำเครื่องหมาย แถวแรกเป็นหัวตาราง (Header) หากแถวแรกของ Sheet เป็นชื่อคอลัมน์ (เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น)
- คลิก นำเข้าข้อมูล ระบบแสดงจำนวนคู่ที่นำเข้าและตารางตัวอย่าง (แสดงสูงสุด 100 แถวแรก แต่ใช้ข้อมูลทั้งหมดในการวิเคราะห์)
- กด เริ่มการวิเคราะห์
- หากเปิดตัวเลือก Header และยังไม่ได้ตั้งชื่อตัวแปร ระบบจะ ใช้ชื่อหัวคอลัมน์เป็นชื่อตัวแปร X/Y ให้อัตโนมัติ
- แถวที่ว่างทั้งสองคอลัมน์จะถูกข้าม แถวที่มีค่าไม่ใช่ตัวเลขในคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งจะถูกข้ามและแจ้งเลขแถว
- เซลล์ที่เป็นสูตร ระบบจะอ่าน ค่าผลลัพธ์ที่บันทึกไว้ล่าสุด ในไฟล์ จึงควรบันทึกไฟล์ใน Excel ก่อนอัพโหลด
- การเปลี่ยนตัวเลือก Header หลังนำเข้าแล้ว ระบบจะล้างตัวอย่างเดิม ต้องกด นำเข้าข้อมูล ใหม่
- คลิก เลือกไฟล์ใหม่ เพื่อเริ่มต้นใหม่
ไฟล์ Excel ถูกอ่าน ภายในเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ ตัวไฟล์ไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ระบบส่งเพียงตัวเลขคู่ X–Y ที่เลือกไปคำนวณเท่านั้น
6.4 เปรียบเทียบวิธีนำเข้าข้อมูล
| คุณลักษณะ | 1 กรอกเอง | 2 คัดลอก & วาง | 3 อัพโหลด Excel |
|---|---|---|---|
| ปริมาณข้อมูลที่เหมาะสม | น้อย (≤ 30 คู่) | ปานกลาง–มาก | มาก |
| เลือกคอลัมน์ได้ | — | ใช้ 2 คอลัมน์แรก | เลือกคอลัมน์และ Sheet ได้ |
| ข้ามแถวที่ไม่ใช่ตัวเลข | แจ้งเตือนให้แก้ | ข้ามอัตโนมัติ | ข้ามอัตโนมัติ |
| ตั้งชื่อตัวแปรอัตโนมัติ | — | — | ได้ (จาก Header) |
| ต้องกดปุ่มยืนยันก่อนวิเคราะห์ | ไม่ต้อง | “ประมวลผลข้อมูล” | “นำเข้าข้อมูล” (บังคับ) |
7 การอ่านและแปลผลลัพธ์
หัวข้อนี้อธิบายผลลัพธ์แต่ละส่วนตามลำดับที่ปรากฏบนหน้าจอ พร้อมวิธีแปลความหมายตามหลักวิชาการ
7.1 แผงค่า r หลัก: ทิศทาง ระดับความสัมพันธ์ และขนาดอิทธิพล
บรรทัดบนแสดง Pearson r · n = … · df = … ตัวเลขขนาดใหญ่คือค่า r (ทศนิยม 4 ตำแหน่ง) สีเขียวอมฟ้าพร้อมลูกศรขึ้น หมายถึงความสัมพันธ์ทางบวก ส่วนสีชมพูแดงพร้อมลูกศรลง หมายถึงความสัมพันธ์ทางลบ ถัดมาคือข้อความระดับความสัมพันธ์ (Evans, 1996) และขนาดอิทธิพล (Cohen, 1988) ซึ่งระบบจัดระดับจากค่าสัมบูรณ์ |r| ดังนี้
| |r| | ระดับความสัมพันธ์ (Evans, 1996) | |r| | ขนาดอิทธิพล (Cohen, 1988) |
|---|---|---|---|
| 0.80 – 1.00 | สูงมาก (Very High) | ≥ 0.50 | ใหญ่ (Large) |
| 0.60 – 0.79 | สูง (High) | 0.30 – 0.49 | ปานกลาง (Medium) |
| 0.40 – 0.59 | ปานกลาง (Moderate) | 0.10 – 0.29 | เล็ก (Small) |
| 0.20 – 0.39 | ต่ำ (Low) | < 0.10 | เล็กมาก/ไม่มีนัย (Negligible) |
| 0.00 – 0.19 | ต่ำมาก/ไม่มีความสัมพันธ์ (Very Low) |
เกณฑ์ของ Evans (1996) แบ่ง 5 ระดับ นิยมใช้บรรยายผลในงานวิจัยทางการศึกษาและสังคมศาสตร์ของไทย ส่วนเกณฑ์ของ Cohen (1988) ใช้รายงาน “ขนาดอิทธิพล” ในบริบทของอำนาจการทดสอบ ผู้วิจัยควรเลือกเกณฑ์หนึ่งให้สอดคล้องกับสาขาวิชา ระบุแหล่งอ้างอิงในบทที่ 3 และใช้เกณฑ์เดียวกันตลอดทั้งรายงาน ทั้งนี้การตัดสินว่าความสัมพันธ์ “มีความสำคัญเชิงปฏิบัติ” หรือไม่ ควรพิจารณาร่วมกับบริบทและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องด้วย
7.2 R² (Variance Explained)
R² = r² เรียกว่า สัมประสิทธิ์การกำหนด (Coefficient of Determination) หมายถึงสัดส่วนความแปรปรวนที่ตัวแปรทั้งสองมีร่วมกัน เช่น r = .60 จะได้ R² = .36 แปลว่าความแปรปรวนของ Y สามารถอธิบายได้ด้วยความสัมพันธ์เชิงเส้นกับ X ร้อยละ 36 และอีกร้อยละ 64 มาจากปัจจัยอื่น ค่านี้ช่วยให้เห็นว่า r ที่ดูสูงอาจอธิบายได้ไม่มากนัก เช่น r = .30 อธิบายได้เพียงร้อยละ 9
7.3 การทดสอบนัยสำคัญ: t-statistic, Critical t และ p-value
| ค่าที่แสดง | ความหมายและวิธีคำนวณในระบบ |
|---|---|
| t-statistic | สถิติทดสอบ t = r√(n−2)/√(1−r²) ที่ df = n − 2 |
| Critical t (α, ทิศทาง) | ค่าวิกฤตของ t-distribution ที่ df = n − 2 คำนวณแบบ exact ตาม α และทิศทางที่เลือก: สองทางใช้ t1−α/2 (แสดงเป็น ±) ทางเดียวใช้ t1−α (แสดงเป็น + หรือ −) ตรงกับ Excel T.INV.2T(α, df) และ T.INV(1−α, df) |
| p-value | ความน่าจะเป็นที่จะได้ค่า t เท่านี้หรือสุดโต่งกว่าในทิศทางของ H₁ เมื่อ H₀ เป็นจริง (สองทาง = P(|T| ≥ |t|), ทางเดียว = P(T ≥ t) หรือ P(T ≤ t)) คำนวณแบบ exact จาก t-distribution ด้วย Regularized Incomplete Beta Function (ให้ค่าตรงกับ SPSS และ R) แสดงเป็นสีเขียวอมฟ้าเมื่อ p < α และสีชมพูแดงเมื่อ p ≥ α หากค่าน้อยกว่า .0001 ระบบแสดงเป็น “< 0.0001” |
ใต้แผงหลักมี แถบสรุปผลการทดสอบสมมติฐาน ซึ่งแสดง H₀, H₁, α และ p โดยแถบสีเขียว “มีนัยสำคัญทางสถิติ — ปฏิเสธ H₀” หมายถึง p < .05 ส่วนแถบสีเหลืองอำพัน “ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ — ไม่ปฏิเสธ H₀” หมายถึง p ≥ .05
เมื่อ n มาก ค่า r เล็ก ๆ ก็มีนัยสำคัญได้ เช่น n = 1,000 ค่า r = .07 ก็มี p < .05 แล้ว จึงต้องรายงานและแปลผล ขนาดของ r, R² และ 95% CI ควบคู่กับ p-value เสมอ
7.4 ช่วงความเชื่อมั่น (Fisher's z-Transformation)
ระดับความเชื่อมั่นปรับตาม α ที่เลือกเพื่อให้สอดคล้องกับการทดสอบ: การทดสอบสองทางใช้ (1 − α)×100% เช่น α = .05 → 95%, α = .01 → 99% ส่วนการทดสอบทางเดียวใช้ช่วงสองด้าน (1 − 2α)×100% เช่น α = .05 → 90% ซึ่งขอบเขตด้านหนึ่งของช่วงนี้เทียบเท่าขอบเขตความเชื่อมั่นด้านเดียวที่ 95%
แสดงเป็น [ขอบล่าง , ขอบบน] พร้อมค่า ME (Margin of Error = ครึ่งหนึ่งของความกว้างช่วง) และแถบกราฟบนแกน −1 ถึง +1 ที่มีเส้นแสดงตำแหน่ง 0
- ความหมาย: หากสุ่มตัวอย่างซ้ำและสร้างช่วงด้วยวิธีเดียวกันหลายครั้ง ประมาณร้อยละ 95 ของช่วงเหล่านั้นจะครอบคลุมค่า ρ ที่แท้จริงของประชากร
- ช่วงไม่ครอบคลุม 0 (ทั้งช่วงอยู่ฝั่งบวกหรือฝั่งลบ) สอดคล้องกับผลที่มีนัยสำคัญที่ระดับ .05
- ช่วงแคบ หมายถึงการประมาณค่ามีความแม่นยำสูง ช่วงกว้างมักเกิดจากตัวอย่างน้อย
- ช่วงจะ ไม่สมมาตร รอบค่า r เมื่อ r อยู่ใกล้ ±1 ซึ่งเป็นลักษณะปกติของ Fisher's z
- ระบบแสดงส่วนนี้เมื่อ n ≥ 4 เท่านั้น (สูตรต้องการ n − 3 > 0)
หมายเหตุ: CI ใช้การประมาณด้วยการแจกแจงปกติ ส่วนการทดสอบ p ใช้ t-distribution ดังนั้นในกรณีที่ p ใกล้ .05 มาก ข้อสรุปจากสองวิธีอาจต่างกันเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางสถิติ
7.4.1 การวิเคราะห์ยืนยันผลด้วย Spearman's rho (Robustness Check)
ระบบคำนวณสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน (rs) จากข้อมูลชุดเดียวกันโดยอัตโนมัติ เพื่อใช้ตรวจสอบว่าข้อสรุปของ Pearson ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเรื่องการแจกแจงปกติหรือค่าผิดปกติหรือไม่ วิธีคำนวณคือแปลงข้อมูลเป็นอันดับ (ค่าซ้ำใช้อันดับเฉลี่ย) แล้วหาค่าสหสัมพันธ์ของอันดับ ทดสอบนัยสำคัญด้วย exact permutation test เมื่อ n ≤ 9 (คำนวณครบทุก n! รูปแบบการจัดเรียง เช่น n = 9 มี 362,880 รูปแบบ รองรับค่าซ้ำ) และด้วย t-distribution ที่ df = n − 2 เมื่อ n ≥ 10 (วิธีเดียวกับ SPSS และ scipy.stats.spearmanr) และสร้าง CI ด้วย Fisher's z ที่ SE = √(1.06/(n − 3)) (Fieller et al., 1957)
- สอดคล้อง — ทิศทางและการตัดสินนัยสำคัญตรงกับ Pearson แสดงว่าข้อสรุปมีความคงเส้นคงวา
- ไม่สอดคล้อง — มักเกิดจากค่าผิดปกติ ความสัมพันธ์ไม่เป็นเส้นตรง หรือข้อมูลเบ้มาก ควรตรวจสอบข้อมูลและพิจารณารายงาน Spearman ร่วมด้วย
- เมื่อ n ≤ 9 ระบบใช้ค่า p แบบ exact จึงอาจต่างจาก SPSS ซึ่งใช้การประมาณด้วย t — ค่า exact ถูกต้องกว่าสำหรับตัวอย่างขนาดเล็ก (ตรวจสอบเทียบกับการแจกแจงครบทุกรูปแบบแล้ว ค่าตรงกันทุกกรณี)
7.5 แผนภาพการกระจาย (Scatter Plot)
จุดสีน้ำเงินแต่ละจุดคือคู่ข้อมูล (X, Y) เส้นประสีแดงคือเส้นถดถอยกำลังสองน้อยที่สุด (Best-fit line) ของ Y บน X นำเมาส์ไปชี้ที่จุดเพื่อดูค่า การอ่านกราฟเป็นขั้นตอนที่ ไม่ควรข้าม เพราะค่า r เดียวกันอาจมาจากรูปแบบข้อมูลที่ต่างกันมาก (Anscombe's quartet) ให้สังเกตสิ่งต่อไปนี้
| ลักษณะที่พบในกราฟ | ความหมาย | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| จุดเกาะกลุ่มรอบเส้นตรง | เป็นไปตามข้อตกลงเรื่องความเป็นเชิงเส้น | ใช้ Pearson ได้ |
| จุดเรียงเป็นเส้นโค้ง (รูป U, ∩ หรือโค้งอิ่มตัว) | ความสัมพันธ์ไม่เป็นเชิงเส้น ค่า r จะต่ำกว่าความเป็นจริง | ใช้ Spearman หรือแปลงข้อมูล |
| มีจุดอยู่ห่างจากกลุ่มอย่างชัดเจน | ค่าผิดปกติ อาจทำให้ r สูงหรือต่ำเกินจริง | ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล |
| การกระจายเป็นรูปกรวย (แคบ → กว้าง) | ความแปรปรวนไม่คงที่ (Heteroscedasticity) | แปลงข้อมูล หรือรายงานเป็นข้อจำกัด |
| จุดแยกเป็นกลุ่มย่อย | อาจมีตัวแปรแทรกซ้อน เช่น เพศ หรือโรงเรียน | วิเคราะห์แยกกลุ่ม |
7.6 สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)
| ค่าสถิติ | ความหมาย / วิธีคำนวณ |
|---|---|
| n | จำนวนข้อมูล |
| ค่าเฉลี่ย (x̄) | Σx / n |
| SD | ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง (หารด้วย n − 1) |
| Variance | ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง = SD² |
| SE | ความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของค่าเฉลี่ย = SD / √n |
| Min / Max | ค่าต่ำสุด / ค่าสูงสุด |
| Q1 / Median / Q3 | ควอร์ไทล์ที่ 1, มัธยฐาน, ควอร์ไทล์ที่ 3 คำนวณแบบ Type 7 (Hyndman & Fan, 1996) ตรงกับ Excel QUARTILE.INC และค่าเริ่มต้นของ R |
| Skewness | ความเบ้ (G₁) ตรงกับ Excel SKEW และ SPSS · 0 = สมมาตร, บวก = เบ้ขวา (หางยาวด้านค่ามาก), ลบ = เบ้ซ้าย |
| Excess Kurtosis | ความโด่งส่วนเกิน (G₂) ตรงกับ Excel KURT และ SPSS · 0 = เท่าการแจกแจงปกติ, บวก = โด่งสูง/หางหนา, ลบ = ป้าน/หางบาง |
| ค่าผิดปกติ (IQR) | ป้าย #ลำดับ = ค่า แสดงข้อมูลที่ต่ำกว่า Q1 − 1.5·IQR หรือสูงกว่า Q3 + 1.5·IQR (Tukey's fences) แสดงเฉพาะเมื่อพบ |
แนวทางทั่วไป (Kim, 2013): สำหรับตัวอย่างขนาดใหญ่ (n > 300) ถ้า |Skewness| ≤ 2 และ |Excess Kurtosis| ≤ 7 ถือว่าการแจกแจงไม่เบี่ยงเบนจากปกติอย่างรุนแรง
7.7 การตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้น (Assumption Checking)
ระบบแสดงผลเป็นกล่อง 6 กล่อง สีเขียว = ผ่านเกณฑ์ สีเหลือง = ควรพิจารณา รายละเอียดวิธีการทดสอบเป็นดังนี้
| ข้อตกลง | วิธีการ | เกณฑ์ผ่าน | n ขั้นต่ำ | หากไม่ผ่าน |
|---|---|---|---|---|
| Linearity | Nested Model F-test เปรียบเทียบโมเดลเส้นตรงกับโมเดลกำลังสอง (Y = b₀ + b₁X + b₂X²) ทดสอบ H₀: β₂ = 0 | F < F วิกฤต (1, n−3) ที่ α = .05 | 6 | ใช้ Spearman หรือแปลงข้อมูล (log, √) |
| Normality X / Y | n < 8: คัดกรองด้วย Skewness/Kurtosis · 8 ≤ n < 30: D'Agostino-Pearson K² · n ≥ 30: Jarque-Bera (JB) | |Skew| < 2 และ |Kurt| < 7 · หรือ K² / JB < 5.991 (χ²₍₂₎ ที่ α = .05) | 3 | แปลงข้อมูล หรือใช้ Spearman ทั้งนี้เมื่อ n ≥ 30 การทดสอบ r ค่อนข้างทนทาน (robust) |
| Homoscedasticity | Breusch-Pagan test แบบ studentized (Koenker, 1981): ถดถอยกำลังสองของค่าส่วนเหลือบน X แล้วทดสอบ LM = n·R² ~ χ²(1) · แสดง Var ratio ของ Y ใน 3 ช่วงของ X ประกอบเป็นข้อมูลเชิงพรรณนา | p ≥ .05 (ไม่ปฏิเสธ H₀: ความแปรปรวนคงที่) | 9 | แปลงข้อมูล Y หรือรายงานเป็นข้อจำกัด |
| Independence (DW) | Durbin-Watson test จากค่าส่วนเหลือของสมการถดถอย พร้อม p-value แบบสองทาง: n ≤ 100 ใช้ค่า exact (ค่าลักษณะเฉพาะของ MAM + วิธีของ Imhof, 1961) n > 100 ใช้ normal approximation ด้วยค่าเฉลี่ยและความแปรปรวน exact ของ d (Durbin & Watson, 1971) — วิธีเดียวกับ R lmtest::dwtest | p ≥ .05 (ใช้ตัดสินเฉพาะเมื่อเลือก “ข้อมูลเรียงตามลำดับที่มีความหมาย”) | 5 | ใช้วิธีวิเคราะห์ที่รองรับ autocorrelation หรือรายงานเป็นข้อจำกัด |
| Outliers | IQR (1.5×IQR) แยกรายตัวแปร X และ Y รวมกับ Mahalanobis distance แบบสองตัวแปร | ไม่พบค่าผิดปกติ (D² ≤ 5.991 และอยู่ใน Tukey's fences) | 4 (IQR), 5 (Mahalanobis) | ตรวจสอบความถูกต้อง วิเคราะห์เปรียบเทียบเมื่อตัดออก หรือใช้ Spearman |
- เมื่อ n ต่ำกว่าค่าขั้นต่ำ ระบบจะ สมมติว่าผ่าน และแสดงข้อความแจ้ง ผู้วิจัยควรตรวจจาก Scatter Plot ด้วยตนเอง
- ค่า Durbin-Watson มีความหมายเฉพาะเมื่อลำดับของข้อมูลมีความหมาย เช่น เรียงตามเวลา ระบบจึงใช้ DW ตัดสินเฉพาะเมื่อผู้ใช้ทำเครื่องหมาย ข้อมูลเรียงตามลำดับที่มีความหมาย ในตัวเลือกการทดสอบ หากไม่ได้เลือก (ข้อมูลภาคตัดขวาง) กล่อง Independence จะเป็นสีน้ำเงิน แสดงค่า DW และ p เป็นข้อมูลประกอบ และให้ประเมินความเป็นอิสระจากแบบแผนการวิจัย
- การตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้นทุกรายการใช้ระดับ .05 ตามแนวปฏิบัติทั่วไป ไม่เปลี่ยนตาม α ของสมมติฐานการวิจัย
- จำนวนค่าผิดปกติในกล่อง Outliers คือ จำนวนคู่ข้อมูล (ราย) ที่ถูกระบุโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง (IQR ของ X, IQR ของ Y หรือ Mahalanobis) โดยไม่นับซ้ำ และเปอร์เซ็นต์คำนวณจาก (จำนวนรายที่พบ ÷ n) × 100
- การทดสอบ Normality ทุกแบบมีอำนาจต่ำเมื่อตัวอย่างเล็ก และไวเกินไปเมื่อตัวอย่างใหญ่มาก จึงควรพิจารณาร่วมกับกราฟ Histogram หรือ Q-Q plot
7.8 อำนาจการทดสอบ (Statistical Power Analysis)
- Observed Power — ความน่าจะเป็นที่จะตรวจพบความสัมพันธ์ขนาดเท่ากับ |r| ที่ได้ ด้วยขนาดตัวอย่างปัจจุบันที่ α = .05 (สองทาง) คำนวณแบบ exact จากการแจกแจงของสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ตัวอย่าง (Fisher, 1915) ด้วยการอินทิเกรตเชิงตัวเลข ให้ผลตรงกับโหมด exact ของ G*Power (Faul et al., 2009) ค่า ≥ 80% (แถบสีเขียว) ถือว่าเพียงพอตามเกณฑ์ของ Cohen (1988)
- Recommended n — ขนาดตัวอย่างที่ต้องใช้เพื่อให้ได้ power ≥ 80% สำหรับขนาดอิทธิพลเท่ากับ |r| ที่พบ ค้นหาค่า n ที่เล็กที่สุดที่ทำให้ exact power ≥ .80 (เช่น |r| = .10, .30, .50 ต้องใช้ n = 782, 84, 29 ตามลำดับ ตรงกับ G*Power) ซึ่งใกล้เคียงกับสูตรประมาณ n ≈ [(z₁₋α/₂ + z₁₋β) / arctanh|r|]² + 3
- NCP — Non-centrality parameter λ = r√(n−2)/√(1−r²)
Observed (post hoc) power คำนวณจากค่า r ของกลุ่มตัวอย่างเอง จึงสัมพันธ์โดยตรงกับ p-value และไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับผลที่ไม่มีนัยสำคัญ (Hoenig & Heisey, 2001) ควรใช้ค่า Recommended n เป็นแนวทางวางแผนการวิจัยครั้งต่อไป และควรคำนวณขนาดตัวอย่าง ก่อน เก็บข้อมูลจากขนาดอิทธิพลที่อ้างอิงจากงานวิจัยในอดีต
7.9 ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
ระบบสร้างข้อแนะนำอัตโนมัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
| เงื่อนไข | ระดับ | ข้อแนะนำ |
|---|---|---|
| n < 30 | ● เตือน | ขนาดตัวอย่างเล็ก ควรเพิ่มขนาดตัวอย่าง |
| Linearity ไม่ผ่าน | ● สำคัญ | พิจารณาใช้ Spearman หรือการวิเคราะห์แบบไม่เป็นเชิงเส้น |
| Normality X หรือ Y ไม่ผ่าน | ● เตือน | พิจารณาแปลงข้อมูลหรือใช้สถิตินอนพาราเมตริก |
| พบค่าผิดปกติ | ● เตือน | ตรวจสอบและจัดการค่าผิดปกติ |
| |r| < 0.30 | ● ข้อมูล | ความสัมพันธ์มีขนาดเล็ก พิจารณาตัวแปรอื่นหรือเพิ่มขนาดตัวอย่าง |
7.10 สรุปผลสำหรับรายงานวิจัย (APA 7th Ed.)
ระบบสร้างย่อหน้าสรุปผลภาษาไทยให้อัตโนมัติ โดยใช้ชื่อตัวแปรที่ผู้ใช้ตั้งไว้ คลิก คัดลอกข้อความ APA เพื่อคัดลอกไปวางในเอกสาร จากนั้นปรับรูปแบบตัวเลขตามหลักในหัวข้อ 9
7.11 ตารางมาตรฐานการแปลผล
แสดงเกณฑ์ Evans (1996) และ Cohen (1988) โดยไฮไลต์แถวที่ตรงกับผลการวิเคราะห์ของผู้ใช้ด้วยสีทองและเครื่องหมาย ◀
8 ตัวอย่างการวิเคราะห์ (Worked Example)
โจทย์วิจัย: จำนวนชั่วโมงอ่านหนังสือต่อสัปดาห์มีความสัมพันธ์กับคะแนนสอบปลายภาคของนักศึกษาหรือไม่ (n = 15)
| คนที่ | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| X ชั่วโมง | 5 | 8 | 3 | 10 | 7 | 12 | 6 | 9 | 4 | 11 | 14 | 2 | 13 | 8 | 10 |
| Y คะแนน | 62 | 70 | 55 | 68 | 75 | 80 | 58 | 66 | 60 | 85 | 82 | 52 | 74 | 64 | 78 |
แสดงข้อมูลในรูปแบบพร้อมวาง (คั่นด้วย Tab)
8.1 ผลลัพธ์ที่ได้จากระบบ
| รายการ | ผลลัพธ์ | การแปลความหมาย |
|---|---|---|
| Pearson r | 0.8722 | ความสัมพันธ์ทางบวก ระดับสูงมาก (Evans) · ขนาดอิทธิพลใหญ่ (Cohen) |
| n / df | 15 / 13 | df = n − 2 |
| R² | 0.7607 (76.1%) | ชั่วโมงอ่านหนังสือมีความแปรปรวนร่วมกับคะแนนสอบร้อยละ 76.07 |
| t-statistic | 6.4281 | |t| = 6.43 > ค่าวิกฤต 2.160 |
| p-value | < 0.0001 | p < .05 → ปฏิเสธ H₀ มีนัยสำคัญทางสถิติ |
| 95% CI | [0.6506 , 0.9569] | ไม่ครอบคลุม 0 · ค่า ρ ในประชากรน่าจะอยู่ในระดับสูง |
| Linearity | F(1, 12) = 0.351 | ผ่าน (< 4.75) ความสัมพันธ์เป็นเชิงเส้น |
| Normality X / Y | K² = 0.807 / 1.443 | ผ่านทั้งคู่ (< 5.991) |
| Homoscedasticity | BP χ²(1) = 1.103, p = .294 | ผ่าน (p ≥ .05) |
| Independence | DW = 1.8826 | ผ่าน (อยู่ระหว่าง 1.5–2.5) |
| Outliers | 0 | ไม่พบค่าผิดปกติ |
| Observed Power | 99.7% | อำนาจการทดสอบเพียงพอ (Recommended n = 7) |
| Spearman rs | 0.8676, p < 0.0001 | สอดคล้องกับ Pearson — ยืนยันข้อสรุป |
| ข้อแนะนำ | n < 30 | ขนาดตัวอย่างเล็ก ควรระมัดระวังการสรุปอ้างอิง |
| ตัวแปร | x̄ | SD | Min | Max | Median | Skewness | Kurtosis |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ชั่วโมงอ่านหนังสือ | 8.13 | 3.64 | 2 | 14 | 8.00 | −0.11 | −0.91 |
| คะแนนสอบ | 68.60 | 10.20 | 52 | 85 | 68.00 | 0.02 | −1.11 |
8.2 การเขียนสรุปผล
9 การเขียนรายงานผลตามรูปแบบ APA 7th Edition
9.1 หลักการเขียนตัวเลขทางสถิติ
- สัญลักษณ์สถิติภาษาอังกฤษเขียนเป็น ตัวเอียง: r, p, t, n, R², M, SD (ตัวอักษรกรีก เช่น ρ ไม่ต้องเอียง)
- รายงาน r พร้อมองศาอิสระในวงเล็บ: r(df) = .xx โดย df = n − 2
- ค่าที่ไม่สามารถเกิน 1 ได้ เช่น r และ p ไม่ต้องเขียน 0 นำหน้า: เขียน .87 ไม่ใช่ 0.87
- รายงาน r ทศนิยม 2 ตำแหน่ง
- รายงาน p เป็นค่าจริง (exact) 2–3 ตำแหน่ง เช่น p = .032 หากน้อยกว่า .001 ให้เขียน p < .001 (เมื่อระบบแสดง “< 0.0001” ให้เขียนเป็น p < .001)
- รายงานช่วงความเชื่อมั่นในรูป 95% CI [ขอบล่าง, ขอบบน]
- รายงานขนาดอิทธิพลและแปลผลเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงว่ามีนัยสำคัญหรือไม่
9.2 แม่แบบการเขียน
| กรณี | แม่แบบ |
|---|---|
| มีนัยสำคัญ | [X] มีความสัมพันธ์ทาง[บวก/ลบ]ในระดับ[...]กับ [Y] อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ r(df) = .xx, p = .xxx, 95% CI [.xx, .xx] |
| ไม่มีนัยสำคัญ | ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่าง [X] กับ [Y], r(df) = .xx, p = .xxx, 95% CI [−.xx, .xx] |
| ภาษาอังกฤษ | There was a strong, positive correlation between [X] and [Y], r(13) = .87, p < .001, 95% CI [.65, .96]. |
9.3 การนำเสนอในรูปตาราง (กรณีมีหลายคู่ตัวแปร) — ใช้หน้าเมทริกซ์ได้โดยตรง (หัวข้อ 17)
หากวิเคราะห์หลายคู่ตัวแปร ให้นำเสนอเป็นเมทริกซ์สหสัมพันธ์ ระบุ M และ SD ของแต่ละตัวแปร ใส่ค่า r ในครึ่งล่างของตาราง และใช้เครื่องหมาย * p < .05, ** p < .01 ใต้ตาราง โปรแกรมนี้วิเคราะห์ได้ครั้งละ 1 คู่ จึงต้องวิเคราะห์ทีละคู่แล้วนำค่ามารวมในตารางเอง
เมื่อทดสอบหลายคู่ โอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 รวมจะสูงขึ้น ควรพิจารณาปรับระดับนัยสำคัญ เช่น Bonferroni (α / จำนวนคู่ที่ทดสอบ) และระบุไว้ในรายงาน
10 การพิมพ์และส่งออกผลการวิเคราะห์
| ปุ่ม | ตำแหน่ง | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| พิมพ์ / พิมพ์ผลลัพธ์ | มุมขวาของแผงค่า r และท้ายหน้าผล | เปิดหน้าต่างพิมพ์ของเบราว์เซอร์ ปุ่มต่าง ๆ จะถูกซ่อนในงานพิมพ์ เลือกเครื่องพิมพ์เป็น “บันทึกเป็น PDF / Save as PDF” เพื่อเก็บเป็นไฟล์ PDF (แนะนำให้เปิดตัวเลือก “กราฟิกพื้นหลัง/Background graphics” เพื่อให้สีแสดงครบ) |
| CSV / Export CSV | มุมขวาของแผงค่า r และท้ายหน้าผล | ดาวน์โหลดไฟล์ pearson_analysis.csv (UTF-8 BOM เปิดใน Excel แล้วภาษาไทยไม่เพี้ยน) ประกอบด้วยคอลัมน์ ลำดับ, X, Y และสรุปค่า Pearson r, p-value, n, R² |
| ดาวน์โหลดรายงาน Word | กล่องสีน้ำเงินท้ายหน้าผล | ดาวน์โหลดไฟล์ Pearson_Report_วันที่_เวลา.docx เป็นรายงานผลการวิเคราะห์ตามรูปแบบงานวิจัย (A4, TH Sarabun New 16 pt) ประกอบด้วย วัตถุประสงค์และสมมติฐาน · สัญลักษณ์ที่ใช้ · ตารางสถิติเชิงพรรณนา · ตารางตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้น · ตารางค่าสหสัมพันธ์แบบ APA 7 · แผนภาพการกระจาย · อำนาจการทดสอบ · สรุปผลภาษาไทยและอังกฤษ · ข้อเสนอแนะ · เกณฑ์การแปลผล · เอกสารอ้างอิง · ภาคผนวกข้อมูลดิบ แก้ไขต่อใน Microsoft Word ได้ทันที |
| คัดลอกข้อความ APA | การ์ดสรุปผล APA | คัดลอกย่อหน้าสรุปผลลงคลิปบอร์ด ปุ่มจะเปลี่ยนเป็น “คัดลอกแล้ว” ชั่วคราว |
| วิเคราะห์ใหม่ | ท้ายหน้าผล | กลับสู่หน้ากรอกข้อมูลแบบว่าง (ผลเดิมจะไม่ถูกเก็บไว้ ควรพิมพ์หรือส่งออกก่อน) |
ระบบปิดการคลิกขวาและคีย์ลัดบางรายการ (เช่น Ctrl+S, Ctrl+U) เพื่อความปลอดภัยของหน้าเว็บ ให้ใช้ปุ่มพิมพ์ ปุ่ม CSV และปุ่มคัดลอก APA ที่ระบบจัดไว้แทน หากต้องการกราฟไปใช้ในรายงาน ให้ใช้การบันทึก PDF หรือจับภาพหน้าจอ
11 ข้อความแจ้งเตือนและวิธีแก้ไข
| ข้อความที่พบ | สาเหตุ | วิธีแก้ไข |
|---|---|---|
| กรุณาระบุชื่อตัวแปร X และ Y | ช่องชื่อตัวแปรว่าง | พิมพ์ชื่อตัวแปรทั้ง 2 ช่อง |
| ชื่อตัวแปรต้องมีความยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร | ชื่อยาวเกินไป | ย่อชื่อตัวแปร |
| ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 3 คู่ / ต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 3 คู่สำหรับการวิเคราะห์ | ข้อมูลครบคู่น้อยกว่า 3 คู่ | เพิ่มข้อมูล |
| แถวที่ … กรอกข้อมูลไม่ครบคู่ | โหมดกรอกเอง มีแถวที่ใส่ค่า X หรือ Y เพียงค่าเดียว | กรอกค่าให้ครบ หรือลบค่าในแถวนั้นออกทั้งแถว |
| ข้อมูลไม่ถูกต้อง กรุณากรอกตัวเลขเท่านั้น | มีค่าที่ไม่ใช่ตัวเลข หรือจำนวนเกิน 1,000 คู่ | ตรวจสอบค่าที่ไม่ใช่ตัวเลข/ลดจำนวนข้อมูล |
| จำนวนข้อมูล X และ Y ต้องเท่ากัน | จำนวนค่า X ไม่เท่ากับ Y | ตรวจสอบให้ข้อมูลเป็นคู่ครบทุกแถว |
| ข้อมูลมีจำนวนมากเกินไป (สูงสุด 1,000 คู่) | เกินขีดจำกัดของระบบ | แบ่งวิเคราะห์ หรือใช้โปรแกรมสถิติอื่น |
| ไม่สามารถคำนวณค่าสหสัมพันธ์ได้ ข้อมูลอาจไม่แปรปรวนหรือมีค่าซ้ำกันทั้งหมด | ค่า X หรือ Y เหมือนกันทุกตัว (SD = 0) | ตรวจสอบข้อมูล ตัวแปรต้องมีความแปรปรวน |
| การตรวจสอบความปลอดภัยล้มเหลว กรุณาลองใหม่อีกครั้ง | เปิดหน้าทิ้งไว้นานจนเซสชันหมดอายุ หรือส่งฟอร์มจากแท็บเก่า | รีเฟรชหน้า (F5) แล้วนำเข้าข้อมูลใหม่ |
| กรุณาวางข้อมูลก่อน / ไม่พบข้อมูลที่ถูกต้อง | โหมดคัดลอกและวาง กล่องข้อความว่าง หรือรูปแบบข้อมูลไม่ถูกต้อง | วางข้อมูล 2 คอลัมน์ที่เป็นตัวเลข |
| ข้อมูลที่วางไม่ถูกต้องหรือมีน้อยกว่า 3 คู่… | ข้อมูลที่อ่านได้ไม่ถึง 3 คู่ | ตรวจรูปแบบตัวคั่นและตัวเลข แล้วกด “ประมวลผลข้อมูล” |
| ไฟล์ใหญ่เกิน 10 MB… | ไฟล์มีขนาดใหญ่ | คัดลอกเฉพาะ 2 คอลัมน์ไปไฟล์ใหม่ หรือใช้โหมดคัดลอกและวาง |
| รองรับเฉพาะไฟล์ .xlsx .xls .csv เท่านั้น | นามสกุลไฟล์ไม่รองรับ (เช่น .ods, .numbers, .sav) | บันทึกเป็น .xlsx หรือ .csv ก่อน |
| Sheet นี้ไม่มีข้อมูล / พบข้อมูลที่ใช้ได้เพียง … คู่ | Sheet ว่าง หรือเลือกคอลัมน์ผิด | เลือก Sheet/คอลัมน์ที่ถูกต้อง ตรวจตัวเลือก Header |
| กรุณาอัพโหลดไฟล์ Excel และคลิก "นำเข้าข้อมูล" ให้ครบก่อน | ยังไม่ได้กดนำเข้าข้อมูล | คลิก “นำเข้าข้อมูล” ก่อนเริ่มการวิเคราะห์ |
| อ่านไฟล์ไม่สำเร็จ: … | ไฟล์เสียหาย มีรหัสผ่าน หรือไลบรารียังโหลดไม่เสร็จ | ปลดรหัสผ่าน บันทึกไฟล์ใหม่ รอหน้าเว็บโหลดครบแล้วลองอีกครั้ง |
12 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผลจากโปรแกรมนี้ตรงกับ SPSS, R หรือ Excel หรือไม่
ทำไมจึงต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 3 คู่ และควรมีกี่คู่
ระบบทดสอบแบบทางเดียว (one-tailed) ได้หรือไม่
ค่า r ไม่มีนัยสำคัญ แปลว่าตัวแปรไม่สัมพันธ์กันใช่หรือไม่
ข้อตกลงเบื้องต้นบางข้อไม่ผ่าน ต้องทำอย่างไร
ใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Likert) ได้หรือไม่
ใช้ทศนิยมหรือค่าติดลบได้หรือไม่
สลับตัวแปร X กับ Y แล้วผลเปลี่ยนหรือไม่
ระบบเก็บข้อมูลของฉันไว้หรือไม่
วิเคราะห์หลายตัวแปรพร้อมกันเป็นเมทริกซ์ได้หรือไม่
กดเริ่มการวิเคราะห์แล้วหน้าจอไม่เปลี่ยน
13 ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้สถิติ
- ไม่บ่งบอกความเป็นเหตุเป็นผล — ความสัมพันธ์อาจเกิดจากตัวแปรที่สาม หรือมีทิศทางกลับกัน
- วัดเฉพาะความสัมพันธ์เชิงเส้น — ความสัมพันธ์แบบเส้นโค้งที่แข็งแรงอาจให้ r ใกล้ 0
- ไวต่อค่าผิดปกติ — ข้อมูลเพียง 1–2 จุดสามารถเปลี่ยนค่า r ได้มาก โดยเฉพาะเมื่อ n เล็ก
- ช่วงข้อมูลถูกจำกัด (Restriction of range) — หากเก็บข้อมูลเฉพาะกลุ่มที่มีค่าใกล้เคียงกัน (เช่น เฉพาะนักเรียนเก่ง) ค่า r จะต่ำกว่าความเป็นจริงในประชากร
- ความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัด — เครื่องมือที่มีค่าความเชื่อมั่นต่ำทำให้ r ลดทอนลง (Attenuation)
- ความคลาดเคลื่อนเชิงนิเวศ (Ecological fallacy) — ความสัมพันธ์ระดับกลุ่ม (เช่น ค่าเฉลี่ยรายจังหวัด) ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงในระดับบุคคล
- กลุ่มย่อยที่ต่างกัน — การรวมกลุ่มที่มีลักษณะต่างกันอาจสร้างหรือบดบังความสัมพันธ์ (Simpson's paradox)
- ขอบเขตของโปรแกรม — รองรับข้อมูลสูงสุด 1,000 ราย (หน้าเมทริกซ์ 2–10 ตัวแปร) ข้อมูลสูญหายในหน้าเมทริกซ์จัดการแบบ listwise deletion เท่านั้น การตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้นเป็นเครื่องมือช่วยคัดกรอง ผู้วิจัยยังคงต้องใช้วิจารณญาณทางวิชาการประกอบ
14 ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
- ไม่บันทึกข้อมูลการวิจัย — ข้อมูลตัวเลขถูกส่งไปคำนวณที่เซิร์ฟเวอร์เฉพาะในคำขอนั้น และไม่ถูกบันทึกลงฐานข้อมูล
- ไฟล์ Excel อ่านในเครื่องผู้ใช้ — ตัวไฟล์ไม่ถูกอัพโหลดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ส่งเฉพาะค่าตัวเลข 2 คอลัมน์ที่เลือก
- ป้องกันการปลอมแปลงคำขอ — ใช้ CSRF Token ตรวจสอบทุกครั้งที่ส่งฟอร์ม และกรองข้อความที่ผู้ใช้ป้อนเพื่อป้องกันการแทรกโค้ด (XSS)
- สถิติการใช้งานเว็บไซต์ — เว็บไซต์ใช้ Google Analytics เพื่อเก็บสถิติการเข้าชมแบบรวม ซึ่งไม่รวมข้อมูลตัวเลขที่ผู้ใช้วิเคราะห์
- ข้อแนะนำ — ไม่ควรใส่ข้อมูลที่ระบุตัวตนบุคคลได้ (เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน) ในชื่อตัวแปร และควรปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
15 อภิธานศัพท์
| คำศัพท์ | ความหมาย |
|---|---|
| Correlation coefficient (r) | สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ดัชนีขนาดและทิศทางของความสัมพันธ์เชิงเส้น มีค่า −1 ถึง +1 |
| ρ (rho) | ค่าสหสัมพันธ์ของประชากร ซึ่ง r ใช้ประมาณค่า |
| Coefficient of determination (R²) | สัมประสิทธิ์การกำหนด สัดส่วนความแปรปรวนร่วม = r² |
| Degrees of freedom (df) | องศาอิสระ สำหรับสหสัมพันธ์ = n − 2 |
| Null hypothesis (H₀) | สมมติฐานว่าง ρ = 0 |
| p-value | ความน่าจะเป็นที่จะได้ผลเท่านี้หรือสุดโต่งกว่าเมื่อ H₀ เป็นจริง |
| Significance level (α) | ระดับนัยสำคัญ ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในการปฏิเสธ H₀ ที่เป็นจริง (ระบบใช้ .05) |
| Confidence interval (CI) | ช่วงความเชื่อมั่น ช่วงของค่าที่น่าจะครอบคลุมค่าพารามิเตอร์ประชากร |
| Fisher's z-transformation | การแปลง r เป็น z = arctanh(r) เพื่อให้มีการแจกแจงใกล้ปกติ ใช้สร้าง CI |
| Effect size | ขนาดอิทธิพล บอกความสำคัญเชิงปฏิบัติของผลการวิจัย |
| Statistical power | อำนาจการทดสอบ = 1 − β ความน่าจะเป็นที่จะตรวจพบผลเมื่อผลนั้นมีอยู่จริง |
| Type I / Type II error | ความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 (ปฏิเสธ H₀ ที่จริง) / ประเภทที่ 2 (ไม่ปฏิเสธ H₀ ที่เท็จ) |
| Linearity | ความเป็นเชิงเส้นตรงของความสัมพันธ์ |
| Homoscedasticity | ความแปรปรวนของ Y คงที่ในทุกระดับของ X |
| Residual | ค่าส่วนเหลือ ผลต่างระหว่างค่าจริงกับค่าที่ทำนายจากเส้นถดถอย |
| Durbin-Watson (DW) | สถิติตรวจสหสัมพันธ์ในตัวเองของค่าส่วนเหลือ มีค่า 0–4 ค่าใกล้ 2 หมายถึงไม่มี autocorrelation |
| Outlier | ค่าผิดปกติ ข้อมูลที่อยู่ห่างจากข้อมูลส่วนใหญ่อย่างชัดเจน |
| Mahalanobis distance | ระยะห่างของจุดข้อมูลจากศูนย์กลางโดยคำนึงถึงความแปรปรวนร่วมของ X และ Y ใช้ตรวจค่าผิดปกติแบบสองตัวแปร |
| IQR | พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ = Q3 − Q1 |
| Skewness / Kurtosis | ความเบ้ / ความโด่ง ลักษณะรูปร่างของการแจกแจง |
| Spearman's rho | สหสัมพันธ์แบบอันดับ ใช้กับข้อมูลเรียงอันดับหรือไม่เป็นไปตามข้อตกลงของ Pearson |
16 เอกสารอ้างอิง
- Acklam, P. J. (2003). An algorithm for computing the inverse normal cumulative distribution function. [Unpublished manuscript].
- American Psychological Association. (2020). Publication manual of the American Psychological Association (7th ed.). https://doi.org/10.1037/0000165-000
- Anscombe, F. J. (1973). Graphs in statistical analysis. The American Statistician, 27(1), 17–21.
- Anscombe, F. J., & Glynn, W. J. (1983). Distribution of the kurtosis statistic b₂ for normal samples. Biometrika, 70(1), 227–234.
- Breusch, T. S., & Pagan, A. R. (1979). A simple test for heteroscedasticity and random coefficient variation. Econometrica, 47(5), 1287–1294.
- Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
- Cohen, J., Cohen, P., West, S. G., & Aiken, L. S. (2003). Applied multiple regression/correlation analysis for the behavioral sciences (3rd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
- D'Agostino, R. B., Belanger, A., & D'Agostino, R. B., Jr. (1990). A suggestion for using powerful and informative tests of normality. The American Statistician, 44(4), 316–321.
- Durbin, J., & Watson, G. S. (1950). Testing for serial correlation in least squares regression: I. Biometrika, 37(3–4), 409–428.
- Durbin, J., & Watson, G. S. (1971). Testing for serial correlation in least squares regression: III. Biometrika, 58(1), 1–19.
- Evans, J. D. (1996). Straightforward statistics for the behavioral sciences. Brooks/Cole.
- Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS Statistics (5th ed.). SAGE.
- Faul, F., Erdfelder, E., Buchner, A., & Lang, A.-G. (2009). Statistical power analyses using G*Power 3.1: Tests for correlation and regression analyses. Behavior Research Methods, 41(4), 1149–1160.
- Fieller, E. C., Hartley, H. O., & Pearson, E. S. (1957). Tests for rank correlation coefficients. I. Biometrika, 44(3–4), 470–481.
- Fisher, R. A. (1915). Frequency distribution of the values of the correlation coefficient in samples from an indefinitely large population. Biometrika, 10(4), 507–521.
- Fisher, R. A. (1921). On the “probable error” of a coefficient of correlation deduced from a small sample. Metron, 1, 3–32.
- Fisher, R. A. (1924). The distribution of the partial correlation coefficient. Metron, 3, 329–332.
- Hoenig, J. M., & Heisey, D. M. (2001). The abuse of power: The pervasive fallacy of power calculations for data analysis. The American Statistician, 55(1), 19–24.
- Holm, S. (1979). A simple sequentially rejective multiple test procedure. Scandinavian Journal of Statistics, 6(2), 65–70.
- Hyndman, R. J., & Fan, Y. (1996). Sample quantiles in statistical packages. The American Statistician, 50(4), 361–365.
- Imhof, J. P. (1961). Computing the distribution of quadratic forms in normal variables. Biometrika, 48(3–4), 419–426.
- Jarque, C. M., & Bera, A. K. (1987). A test for normality of observations and regression residuals. International Statistical Review, 55(2), 163–172.
- Kim, H.-Y. (2013). Statistical notes for clinical researchers: Assessing normal distribution (2) using skewness and kurtosis. Restorative Dentistry & Endodontics, 38(1), 52–54.
- Koenker, R. (1981). A note on studentizing a test for heteroscedasticity. Journal of Econometrics, 17(1), 107–112.
- Pearson, K. (1895). Notes on regression and inheritance in the case of two parents. Proceedings of the Royal Society of London, 58, 240–242.
- Press, W. H., Teukolsky, S. A., Vetterling, W. T., & Flannery, B. P. (2007). Numerical recipes: The art of scientific computing (3rd ed.). Cambridge University Press.
- Spearman, C. (1904). The proof and measurement of association between two things. The American Journal of Psychology, 15(1), 72–101.
- Tukey, J. W. (1977). Exploratory data analysis. Addison-Wesley.
การอ้างอิงโปรแกรมนี้ในงานวิจัย
17 เมทริกซ์สหสัมพันธ์และสหสัมพันธ์แยกส่วน (Partial Correlation)
หน้า เมทริกซ์ / Partial (เมนูที่ส่วนหัวของหน้าหลัก) ใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2–10 ตัวพร้อมกัน และหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคู่หนึ่งเมื่อควบคุมอิทธิพลของตัวแปรอื่น
17.1 ขั้นตอนการใช้งาน
- นำเข้าข้อมูล — วางข้อมูลหลายคอลัมน์ (แถวแรกเป็นชื่อตัวแปร) แล้วกด ประมวลผลข้อมูล หรืออัพโหลดไฟล์ Excel/CSV เลือก Sheet และทำเครื่องหมายคอลัมน์ที่ต้องการ (2–10 คอลัมน์) แล้วกด นำเข้าข้อมูล
- เลือกตัวเลือก — ประเภทสหสัมพันธ์ (Pearson หรือ Spearman), α, ทิศทางของ H₁ และวิธีปรับค่า p
- สหสัมพันธ์แยกส่วน (ถ้าต้องการ) — ทำเครื่องหมาย วิเคราะห์สหสัมพันธ์แยกส่วน เลือกตัวแปร X, Y และตัวแปรควบคุม Z อย่างน้อย 1 ตัว
- กด เริ่มการวิเคราะห์ — ผลลัพธ์แสดงใต้ฟอร์ม และสามารถเปลี่ยนตัวเลือกแล้ววิเคราะห์ใหม่ได้โดยไม่ต้องนำเข้าข้อมูลซ้ำ
- ส่งออก — ดาวน์โหลดรายงาน Word (เมื่อมีตัวแปรมากกว่า 6 ตัว รายงานจะจัดหน้าเป็นแนวนอน), Export CSV หรือ พิมพ์
เซลล์ว่างหรือไม่ใช่ตัวเลขถือเป็นข้อมูลสูญหาย ระบบตัดทั้งแถวออก (listwise deletion) เพื่อให้ทุกคู่ใช้กลุ่มตัวอย่างชุดเดียวกัน ซึ่งจำเป็นต่อการคำนวณสหสัมพันธ์แยกส่วน และรายงานจำนวนแถวที่ถูกตัดไว้ในสรุปการตั้งค่า
17.2 การอ่านผลลัพธ์
| ส่วนของผลลัพธ์ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ตารางที่ 1 สถิติเชิงพรรณนา | n, M, SD, Min, Max, Skewness, Kurtosis ของแต่ละตัวแปร (หลังตัดข้อมูลสูญหาย) |
| ตารางที่ 2 เมทริกซ์สหสัมพันธ์ | รูปแบบ APA: แสดงครึ่งล่าง ตัวเลขหัวคอลัมน์ตรงกับลำดับตัวแปร ดอกจันแสดงระดับนัยสำคัญ (จากค่า p ที่ปรับแล้ว หากเลือกปรับ) สีเขียว = ทางบวก สีแดง = ทางลบ เข้มขึ้นตามขนาด |
| ตารางที่ 3 ผลการทดสอบรายคู่ | r, t, df, p, p ที่ปรับแล้ว, ช่วงความเชื่อมั่น และผลการตัดสินที่ α ที่เลือก |
| สหสัมพันธ์แยกส่วน | เปรียบเทียบสหสัมพันธ์อย่างง่าย (zero-order) กับสหสัมพันธ์แยกส่วน พร้อมคำอธิบายว่าความสัมพันธ์ลดลง คงที่ หรือเพิ่มขึ้นเมื่อควบคุมตัวแปร |
17.3 การปรับค่า p สำหรับการทดสอบหลายครั้ง
เมทริกซ์ของตัวแปร k ตัวมีการทดสอบ m = k(k − 1)/2 คู่ เช่น 6 ตัวแปรมี 15 การทดสอบ หากไม่ปรับ โอกาสที่จะพบนัยสำคัญโดยบังเอิญอย่างน้อย 1 คู่จะสูงกว่า α มาก
- Bonferroni — padj = min(1, m·p) เข้มงวดที่สุด
- Holm (1979) — เรียง p จากน้อยไปมาก แล้วคูณด้วย (m − ลำดับ + 1) แบบขั้นลง ควบคุมความคลาดเคลื่อนรวมได้เท่ากับ Bonferroni แต่มีอำนาจการทดสอบสูงกว่า จึงแนะนำให้ใช้
- ไม่ปรับ — เหมาะเมื่อสมมติฐานแต่ละคู่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นอิสระ และต้องระบุในรายงานว่าไม่ได้ปรับ
17.4 สหสัมพันธ์แยกส่วน
- ค่าลดลงมาก (เช่น จาก .60 เป็น .10) — ความสัมพันธ์เดิมส่วนใหญ่อธิบายได้ด้วยตัวแปรควบคุม ซึ่งอาจเป็นตัวแปรร่วม (confounder) หรือตัวแปรสื่อ (mediator) ต้องใช้ทฤษฎีแยกแยะ
- ค่าเปลี่ยนน้อย — ความสัมพันธ์ระหว่าง X กับ Y ไม่ขึ้นกับตัวแปรควบคุม
- ค่าเพิ่มขึ้น — ตัวแปรควบคุมอาจเป็นตัวแปรกด (suppressor variable)
- เมื่อเลือก Spearman ระบบคำนวณ partial correlation บนอันดับ (partial Spearman)
17.5 การตรวจสอบความถูกต้อง
ผู้พัฒนาได้ทดสอบเทียบผลกับ SciPy และ statsmodels บนข้อมูลจำลองหลายชุด (2–10 ตัวแปร, n = 6–500, มีข้อมูลสูญหาย) ทั้งค่า r, p (สองทาง/ทางเดียว), ค่า p ที่ปรับด้วย Holm/Bonferroni, ช่วงความเชื่อมั่น และสหสัมพันธ์แยกส่วน (เทียบกับวิธี residual regression) ค่าคลาดเคลื่อนสูงสุดไม่เกิน 10⁻⁸